sibomin 的个人资料Sibomin照片日志列表更多 工具 帮助

日志


2月19日

สวัสดีครับ ความจริง

  ตอนนี้เวลา 13.46 น. ณ เชียงใหม่ มีเสียงคนกำลังทำความสะอาดบ้านญาติดังไปมา นั่ง เล่นแล้วก็นึกครึ้มขึ้นว่าจะอัพสเปซจิงๆความคิดนี้มีมาหลายเดือนก่อนหน้านี้ แต่ เวลาจะอัพก็จะโหยยเหนื่อย เพราะเจออะไรมามากมายอัพไม่ไหว ดองเป้นดินพอกหางดิม จนวันนี้ เข้าไปอ่านสเปซเพื่อนๆ แล้ว เกิดไฟ อยากเขียนขึ้นมา เค้าว่ากันว่า คนเราเมื่อถึงทางแยกที่จะต้องตัดสินใจอะไรแล้ว ช่วงเวลา ที่คุณครุ่นคิดว่าจะทำอะไรดี มันเป็นภวังค์ เพียงแค่ชั่ววินาทีหนึ่ง หรือ 4 วัน หรือ 6 ปีที่คุณคิดว่าคุณจะทำอะไรต่อ แล้วชีวิตคุณจะไปไหนดี เลี้ยวซ้ายตรงนี้แล้วไปออกที่ไหน หรือว่าเราทำอะไรลงไปแล้วส่งผลอะไรกับชีวิต เป็นต้น และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งทางแยกที่ผมต้องเลี้ยว หรือตรงไป หรือแม้กระทั่งอาจจะกลับหลัง อาการเลื่อนลอยไปมา ไม่มีอะไรจริงจัง ไม่เครียดกับชีวิต ครึ่งๆกลางๆ ค้างๆคาๆ คงจะเป้นอาการค้างเคียงของ ภวังค์นี่ซะกระมัง อาการพวกนี้จะดีขึ้นเมื่ออยู่กับเพื่อนหรือดนตรี แต่ถ้าอยู่คนเดียวก็จะเกิดอาการเหม่อลอย เพ้อเจ้อ ปั่นป่วนตัวเอง แม้กระทั่งขับรถ ก็ชั่งเถอะ ไม่ไหวน่ะ เมื่อไหร่ เราจะหลุดจาก ภวังค์นี่ซักที เบื่อแล้ว แต่ทำไม ยัง ตัดสินใจอะไรไม่ได้เลย เหมือนมันรอเวลา เหมือนมัน รอใคร เหมือนมันรอ การเสี่ยงครั้งใหญ่ หรือว่ามันแค่รอให้เราหลับตาแล้วนึกและตัดสินใจดีๆ อีกซัก ครึ่งชม ต่อไปนี้ ก็ไม่รู้ ไม่รู้จะทำอะไรต่อไปแล้ว ทุกวันนี้ กิจวัตรจำเจมาก มันต่างกันแค่วันที่ กับสีเสื้อที่เปลี่ยนไปแค่นั้นเอง กางเกงในก็เปลี่ยนน่ะ 55 แต่กางเกงส่วนใหญ่ตัวเดิม จะเล่าเพื่อ ? จริงๆ จุดจบของทุกทางเดินที่เราจะเลือกเนี่ย เราคำนวณหาจุดจบของมันเจอน่ะแต่ ที่มันเลือกไม่ได้ เพราะว่า มันไม่ต่างอะไรกันเลย ได้อย่างเสียอย่าง ไม่มีอะไรได้มาครบเลยซักอย่าง ไม่มีอะไรเพอร์เฟคในโลกนี้หรอก เพื่อนชอบบอก แต่เราก็ไม่เคยจะเชื่อ มันต้องมีดิว่ะ แต่มันแค่หายากกว่า อะไรทั่วๆไปดิ เนอะ ว่ามั้ยหาไม่เจอมันไม่ได้แปลว่าไม่มี มันแค่แปลว่าหาไม่เจอ ตอน2000ปีที่แล้วมีใครรู้เหรอว่า เราจะบินได้ หรือ คุยกันจากที่ไกลๆ ได้ หรือดูคนชอบโชว์ผ่านกล้องสีขาวที่บ้าน ได้ ไม่มีหรอก มันเป้นแค่ความฝัน แต่ทุกวันนี้เรากะลังทำอย่างที่คนเหล่านั้นฝันอยู่ ยากกว่าการหาความเพอร์เฟค ตั้งเยอะเลย ยังทำได้เลย โถ่ว มันต้องมีดิว่ะ ต้องมีๆๆ ทุกสิ่งทุกอย่างมีทางออกเสมอแค่คิดดีรึยัง ก่อนตัดสินใจแค่นั้น เอง คิดผิดก็ซวยไป เหมือนกับเวลาปรึกษาใคร ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าตัวเองจะทำอะไรแล้วจะปรึกษาไปทำไม จิงๆน่ะลองคิดดู ยกตัวอย่างเช่น เรื่องแฟน เป้น topic ที่คนเราถูกปรึกษาเยอะที่สุดรองจากเรื่องเงิน 55 บางคนก็ มาถามว่า ดิม กูควรจะทำไงดีว่ะ เค้าไม่รักกูแล้ว เค้าตี เค้าต่อยกู เค้าไม่แคร์ไม่ใส่ใจ ผมถามคนที่กะลังอ่านหน่อย คุณรู้มั้ยว่าควรทำไง ? คุณควรจะให้ คำปรึกษาอะไรได้อีก นอกจาก มึงก็เลิกดิ ก็จะบอกว่าไม่ได้ กูรักเค้า เอ้าไอ้... แล้วจะมาถามทำไมว่าควรทำไงดีในเมื่อ ก้มีคำตอบในใจอยู่แล้ว จะมาปรึกษาทำไม แนะนำว่าใครมาปรึกษาเรื่องแฟนกับคุณ จะด้วยปัญหาอะไรก็ได้คุณลองบอก มึงก็เลิกดิ แล้วมันก็จะบอกคุณว่า ไอ้ห่า มันไม่ได้เลิกันง่ายอย่างงั้นน่ะเว้ย ก็เลยคิดว่า นั่นไง มึงก้รู้หนิ มึงรักก็ต้องทน มึงไม่รักแล้วก็ไม่ต้องทน แค่นี้เอง จะมาปรึกษาทำไมให้เมื่อยคอด่า จิงๆแล้วเรื่องนี้เป็นสัจธรรมมาก เอาอีกเรื่องแล้วกันกับการใช้ชีวิตทั่วไป ไอ้คำว่าตามใจเหอะยังไงก็ได้ เนี่ยลองคิดตามน่ะ นาย A ในใจหวังกินก๋วยเตี๋ยว นาย B ในใจหวังจะกินส้มตำ นาย A ถามนาย B กินอะไรดีวันนี้ ทั้งที่ทั้งคู่ไม่รู้หรอกว่าจะกินอะไรดี แต่ก็มีอาหารในดวงใจอยู่แล้ว นาย Bบอกแล้วแต่มึง นายAบอกงั้นก๋วยเตี๋ยว น่ะ นาย B หน้านิ่วบอกจะดีเหรอ ไม่กินส้มตำว่ะ จบ ลองมาวิเคราะห์สองคนนี้ดู นาย เอ ถามกินไรดี (คือจะถามทำไมในเมื่อมึงก็รู้อยู่แล้วว่า ก๋วยเตี๋ยว) นายบีบอกตามใจมึงกูอะไรก็ได้ (คือแล้วจะพูดทำซากอะไรว่าอะไรก็ได้ตามใจมึง ในขณะที่ในสุดท้ายมึงก้บอกว่า ทำไมไม่ไปกินส้มตำอยู่ดี) เรื่องใกล้ตัวที่ทำกันเป้นนิสัยมันก็เป้นสัจธรรม ที่เราไม่รู้ตัว อย่างเรื่อง ผู้หญิงก็เรียกร้องกันเข้าไปสิทธิ ก็โอเคเราก็นับถือว่าให้มันเท่ากันจริงแล้วกันเพราะทำไมเราคิดว่าผู้หญิงมีสิทธฺเยอะกว่าซ่ะด้วยซ้ำ เพราะจะทำอะไรก็ได้ คุณผู้ชายครับคุณทุกคนต้องเข้าใจว่า ก็เค้าเป็นผู้หญิงไง เช่น จะโกดเรื่องไร ก็จะไม่พูด นิ่งไป ถามว่าเป้นไร ก็จะ ป้าววว ไม่เป็น เราก็ถามอีกเอ่า เป้นไรค้าบบบ ก็บอก ป้าวววว ไม่เป้น แต่หน้าบูด เราก็งง อยู่ดีๆ ก็ บูด เราก็ถามอีกว่า เป้นไรค้าบบบบบ เท่านั้นแหละ หลังจากลากเสียงยานว่าเป็นไรค้าบบ ก็จะหันมาทำหน้าค้อน ว่าออ ไม่ต้องถามก็ได้น่ะ ถ้า ขี้เกียด  เอ้า แล้วไมไม่ตอบตั้งแรกหล่ะที่ถาม ก็บอกว่า ป่าวๆๆๆ ไงถามอยู่ได้ ก็หน้าคุณก็บูดๆๆๆๆๆอยู่ไงทำไมถึงจะไม่ถาม สุดท้ายถ้าคุณผู้ชายมีความพยายามหน่อย ถามไปอีกซัก 6 รอบ มันจะเริ่มออกมาแล้ว ทีล่ะนิดๆ ๆๆๆ จนได้ความจริง ทั้งหมด คือสรุปมึงโกดกู นั่นแหละ ง่ายๆ แล้วทำไมไม่บอก จะ ป้าววววว ทำไมแล้วใครจะไปตรัสรู้ได้ว่าพี่โกดอะไร ถ้าพี่ไม่บอก ก็เห็นๆ กันอยู่ว่า เป็น แล้วเวลาคุยกับเพื่อน ก็จะบอกว่า มึง ก็ต้องเข้าใจ เค้าเป้นผู้หญิงไง ไงหล่ะเห้นมั้ย สิทธิ์ เยอะ กว่าอีก เวลาไปกับเพื่อน แล้วแฟนโทรตามให้ไปรับ ก็จะบอกว่า อืมม เด๋วไป แล้วก็จะมีคำพูดหนึ่ง ว่า กวนมั้ยหล่ะถ้าไม่ว่างไม่ต้องมาก็ได้น่ะ โอ้โหววว ก็ลองไม่ไปสิ ก็โกดอยู่ดีแล้ว จะพูดทำไมว่า ไม่มาก็ได้น่ะ เวลาเพื่อนชวนออกไปไหน บอกอืม เด๋วไปกะเพื่อนน่ะ อืม ไปเหอะ ตามสบาย ไอ้ผู้ชายมันก็ไปจริง แล้วก็ดันโกดว่า ไม่ใส่ใจติดแต่เพื่อน แล้วใครเป้นคนบอกให้กูไปได้ว่ะเนี่ย มึงต้องเข้าใจ เค้าเป็นผู้หญิงไง นี่เป็นตัวอย่างบางตอนของ เรื่องที่ว่า มึงต้องเข้าใจเค้าเป็นผู้หญิงไง คิดอะไรออกได้จะอัพในคอมเมนนท์เรื่อยๆ  แล้วเค้าก็พูดว่า ผู้ชายไม่เจ้าชู้เหมือนงูไม่มีพิษ แล้วถ้าผู้ชายอย่างเราพูดว่า ผู้หญิงไม่งี่เง่าก็เหมือนเต่าไม่มีกระดองหล่ะ คุณจะว่าไง ? ไม่เก็บกดอะไรมากมายหรอก แค่อยากให้คุณเข้าใจว่า ถ้าคุณอยากให้เค้าเข้าใจคุณ ว่า ก็ผู้หญิงก็เป็นแบบนี้ แหละ คุณก็ต้องเขข้าใจเค้าเหมือนกันว่า ผู้ชายมันก็เป้นแบบนี้แหละ เหมือนกัน มันไม่มีใคร อยากทำร้ายใครหรอก มันแค่ ว่าความเข้าใจและยอมรับของคุณมันมีให้กันได้มากแค่ไหน วาเลนไทน์ปีนี้ ก็มีแค่เพื่อน เซง เนอะ จะไปติดต่อกระทรวงไหนขอเลื่อนวาเลนไทน์ไป ซัก ธันวา ได้มั้ยกูยังไม่มี แฟนเว้ย เห้ออ ขอบคุณทุกอย่างที่เราเคยทำร่วมกันมา ขอโทษที่ไปต่อไม่ไหว ขอบคุณมากๆๆๆๆ ครับ