sibomin's profileSibominPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    September 17

    แฟนซีปีสุดท้าย...

    พอเขียนชื่อหัวข้อนี้เสร็จก็รู้สึกเศร้าเลย คิดตั้งนานว่าจะตั้งชื่อเรื่องว่าอะไรดีกำลังร่าเริง พอได้ชื่อนี้ปึ๊บ งี๊ดแดก ( งี๊ด เป็นพาสาโปรตุเกสตอนล่างแถวอำเภอดอนบม เป็นศัพท์ที่ท่านนโปเลียนชอบพูด แปลว่า หน้าซีด หรือเศร้าสร้อย ยกตัวอย่างเช่น กะลังเต้นๆอยู่ ร่าเริงๆ แต่เห็นแฟนเก่ากะลังกอดกับแฟนใหม่เค้า เต้นกันอยู่ อาการงี๊ดแดกจึงเกิดขึ้น) โอเค มาเข้าเรื่องกันต่อไปก่อนถึงวันงานมันเป็นปมด้อยตอนเด็กมานานว่าอยากได้สูทขาวมานานมากแล้ว ยิ่งได้ดูมิวสิค โคลด์เพลย์ เพลง A Hardest Part รึเปล่าไม่แน่จัยน่ะกะชื่อเพลงพอดี อิงค์ ไม่แข็งก็เห็นเค้าใส่สูทขาวเสื้อข้างในสีแดง ยิ่ง ตึ๊ด ๆๆๆ(ตึ๊ด เป็นพาสา เม็กซิโกตอนกลาง แปลว่า สะกิดใจ )ก็เลยคิดคอนเซปอยากแต่งตัวแบบนี้ ไปงาน เพราะปีนี้ปีสุดท้ายแล้วจะจบแล้วใ ห้กูได้ทำอะไรเหมือนเป็นคน กะเค้ามั่งเหอะ ก่อนอื่นขอไล่ประวัติให้ฟังก่อนว่าทำไม ถึงตั้งใจแบบนี้ ตอนปี 1 ใส่สูทของแม่ กะเสื้อคอเต่าของแม่ สีพีช อร่าม ทำไมต้องใส่แบบนั้นน่ะเหรออออ เพราะคุณแม่ขอร้อง  55 แม่เลือกมาไว้แล้ว มันต้องเป็นแบบ นี้ เค้าบอกสมัยนี้เค้ากะลังนิยม เค้านิยมแบบไหนนว้ายังไม่เคยเห้นใครใส่เลย งง เลย คุนแม่ผมชื่อปิยพร คุนปิยพร เป็นคุณแม่ที่ทันสมัยมาก เธอเป็น ครูบรรณารักษ์ ที่ติดตามข่าวสารบ้านเมือง และมีความเป็นเผด็จการในตัวสูง มีความเอาแต่ใจ และขี้งอนแม้กระทั่งวัยจะล่วงเลยมากมากแล้วก็ตาม ทำไงได้อ่ะครับ แม่ผมเตรียมชุดไว้แล้ว เพราะว่าเราโทรไปหาเค้าตั้งแต่กลางอาทิตย์เรื่องเครื่องแต่งตัว แม่บอกไม่ต้องกลัว เด๋วแม่จัดห้ายยย เราก็บอกเยี่ยม กะว่า แม่เตรียมเนี่ยเจ๋งแน่ๆ กลับบ้านมาเห็นชุด ล้มทั้งยืนครับ ไม่เป็นไรครับก็ต้องใส่แหละจะเสียน้ำใจคุณแม่อีกอย่างไม่มีเวลาแล้วครับอีก 2 ชม งานเริ่ม พอใส่เส็ด คุนปิยพร เดินมองรอบตัว แบบ พินิจพิเคราะห์ แล้วก็พูดว่า แม่ว่ามันยังขาดอะไรไปน่ะ เท่านั้นพี่แกเดินไปหยิบผ้าเช็ดหน้าลายลูกไม้หวานแหววจ๋ามาพับเป็นรูป สามเหลี่ยม ยัดใส่กระเป๋าเสื้อ โอ้โหวววว ดิมร้องลั่น บอกว่า แม่นี่มันของผู้หญิงน่ะ นี่มีแค่กางเกงอย่างเดียวเลยน่ะที่ดิมไม่ได้เอาของแม่มาใส่ แม่ บอก เออ เอาน่า
    สมัยนี้กำลังนิยม อีกแล้ว เอะอะ สมัยนี้กำลังนิยมอีกแล้ว ก็หยิบเก้าอี้หน้ากระจกมาตั้ง ดิมถอยผงะ มา 1 ก้าว ถามว่า แม่ แม่จะทำอะไรหน่ะ แม่ตอบทันควันบอกว่า แต่งหน้าไง เราก็ เฮ็ยยยยยยย ไม่เอาๆๆๆๆๆๆๆ เพราะเป็นคนที่เกลียดการแต่งหน้ามาก  มันเหมือนรู้สึกว่า ยิ้มไม่สะดวก เหมือนมีอะไรมาดึงไว้พูดจาไม่ออก ริมฝีปากเหมือนโดนเย็บติดกัน กินอะไรก็ต้องระวัง พอซับหน้าแป้งหล่นลงมาเป้นกิโล เพราะหน้าสิวเยอะไง  ยังไม่พอตอนล้างออกนี่ทรมานขั้นสุดยอดอ่ะ มันเหมือนกับ เหมือนกับปิงเกาะทั้งหน้าอ่ะ ดึงออก ยากๆ ถูๆๆๆๆๆๆๆ ไถๆๆๆๆๆ เหว่ยยยย ไม่อยากคิดเลย แต่คุณปิยพร กดไหล่ลงเพื่อให้นั่ง จบกันครับชีวิตอธิบายอะไรไปไม่เคยจะฟัง เค้าก็บอกว่าแต่งตัวดีแบบนี้ไม่แต่งหน้าได้ไง โอ๊ยย หมดคำพูด สมยอม แต่งเส็ด ลืมตาขึ้นดูกระจกโอ้วววววว นี่เค้าแต่งสไตล์ไหนของเค้าเนี่ย จะหวานไปไหน หันหน้ากลับไปถามแม่ ว่า แม่นี่มันหวานเหมือนผู้หญิงมากเลยน่ะ แอบคิดในใจอุ้ยกูสวยเนาะ วึ๊ย ขนลุด เท่านั้นแหละแม่อ้าปากปล่อยท่าไม้ตายทีเด็ด เอาน่า สมัยนี้เค้ากะลังนิยม เอาอีกแล้วสิ คำนี้อีกแล้ว แทบร้อง เถียงก็ไม่ได้ เค้าอ่านหนังสือเยอะกว่า พอบอก ไม่เคยเห้นเลยน่ะแม่ที่แม่บอกว่าเค้านิยมเนี่ย แม่บอกว่าคนไทยมันยังตามฝรั่งไม่ทันก็เพราะงี้แหละ โอ้ เจอดอกนี้เข้าไปใครจะเถียงหล่ะพี่ โอเคชุดกะหน้า พร้อม กะลังจะไปใส่ร้องเท้า เปิดประตูห้องปั๊บ เสียงตะโกนตามหลังดังลั่น บอกว่า เด๋ววววววววว มานี้ก่อนยังไม่เส็ดอย่าเพิ่งไป
    ในใจก็คิดว่ามีอะไรอีกกกกกกกก เดินกลับมาหน้ากระจกบอกว่า ดิมผมดิมยังไม่เซทเลย จะไปได้ไงลูก ตอนสมัยปี 1ไว้ผมยาวไง อยาก เซอร์ไง อยากเท่มั่งไง อยากให้ผมมันทำให้เครื่องสำอางค์ที่แต่งหน้าดูด้อยลงมั่งไง ไม่ได้ครับคุนปิยพรหันไปหยิบสเปรย์มาปั๊บ จับกดไหล่นั่งลงอีกแล้ว บอกหลับตา น่ะลูก เด่วสเปรย์เข้าตา เราก็เห้อออออออ เอาเลยๆๆๆๆๆๆ เอาให้เต็มที่เลย เหมือนเล่นแต่งตัวตุ๊กตาเลย พอลืมตาขึ้นมาเท่านั้นแหละ เธอเอ้ยยยยยย นึกว่าดูหนังเรื่อง เกย์ พาวเวอร์ หวีเป๋ ปาดข้างเรียบแป้ หมดครับ อันนี้พูดอะไรไม่ถูกเลย 55 จุกจิงๆ ถ้าจะเถียงไปกูเจอแน่ สมัยนี้เค้ากะลังนิยม โอเคว่ะ เด๋วค่อยไปล้างออก เหมือนแม่อ่านใจได้ แตะไหล่กดให้นั่งลง บอกว่าหล่อแล้วลูกอย่าไปล้างออกน่ะ บ๊ะ ทำไมรู้ ไม่งั้นเค้าจะเรียกแม่กับลูกกันเหรออออ คุนปิยพรอาสาเป็นโชว์เฟอร์ขับไปส่งที่งาน โดยระหว่างขับรถ สายตาก็ ดู ทั้ง ถนน และ ดูผมของดิม ตลอดทาง กลัวดิมมันจะยีออก ดิมเหรอ ครับ ดิมก็นั่งหน้าบูดทำใจเตรียมเจอเพื่อนล้อในงาน แน่ๆ ไปถึงเพื่อนๆ ก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับ โดน ครหา ว่าเป้นเกย์ทั้งงาน เด๋วจะเอารูป มาโชว์น่ะครับ พอมา ปีสอง ปีสองเริ่มไม่คอ่ยมีกิจกรรมยุ่งเกี่ยวกะทางคณะเท่าที่ควรเพราะว่าเริ่มทำงานกลางคืนเป็นคนเต้นกินรำกินมาตั้งแต่ปี 1 เทอมสองแล้วแต่ ปีสองเนี่ยหนักสุดเลยไม่ได้มีเวลาให้คณะเท่าไหร่ รู้แค่ว่ามีของกินฟรีที่ไหนมี ดิมที่นั้น ตามฉายา ตลกแดก 555 ก็ไปตามเกมปีนี้ คอนเซป ยีนส์ไนท์ กูไม่หรูแล้ว ไม่โทรบอกคุนปิยพรด้วย เอาว่ะ แต่งลวกๆ ไปเพราะกินเสร็จก็ต้องไปร้องเพลงเหมือนเดิม ก็ได้ เสื้อห่านคู่ขาวกะยีนซีด ปีนี้ พิเสด ตรงที่ต้องขึ้นไปแสดงบนเวทีด้วยซ้อม 1 วัน ก่อนแสดง ต้องขึ้นไปลิปซิงค์เพลง พี่นภ ผมแอบชอบคุน โฮ้โหววว ถนัด ชอบๆๆ ร้องไปตเนไป ร้องผิดไม่มีใครจับได้ด้วย 555 ไปถึงงานเค้าหรูกันหมด ทุกคนมองด้วยสายตาเหยียดหยาม ไอ้ห่านี่ มันมาจากไหนว่ะ ยีน ไนท์ ก็ ยีน จิงๆ ไม่มีห่าไรเลย 555 ถึงหลังเวทีเพื่อนมอง จากหัวจดเท้า แล้ว ถาม นี่ มึงจะมาเป็นเสก โลโซ หรือ นภ พรชำนิว่ะ ชิบหายสิครับ เพื่อนก็ให้ไปหาสูท ไปหาไหนก็ไม่มีใครให้ยืม พอดีไปเจอเพื่อน คนนึง สูงราว ๆ 180 ก่า ตัวใหญ่อ้วนด้วย เป้นคนใจดีด้วย เพราะเป้นคนเดียวที่ให้ยืม ครับ แต่ ช้าก่อน ยืมไรหล่ะ ยืม ทักซิโด้ ครับ โฮ้วว พระเจ้า ทักซิโด้ คือสูท แต่มันมีหางข้างหลังไงครับ เหมือนเพนกวินใส่อ่ะ โอ้วโหหห ผมว่าเป็นการปฏิวัติวงการแฟชั่นเมืองไทยอย่างร้ายแรง หลับตาแล้วนึกภาพตามน่ะครับ กางเกนยีนน้ำเงินซีด เสื้อในสีขาว ร้องเท้าคอนเวิร์ส เน่าๆไม่ได้ซักสีขาว แต่ๆๆๆๆ มาตบด้วย ทักซิโด้ โอ้วว โหววว ช๊อกวงการครับ มันไม่แมทช์กันอย่างยิ่ง ทุเรศมากกก แล้วเสื้อตัวใหญ่ๆ โคร่งๆ ของเพื่อนใจดี โอ้วว แล้วตัวเองก็เตี้ยๆ เหมือนกับห่มผ้าห่มเลยยย มองเวลาชิบหายยยย จะเล่นแล้วทำไรไม่ได้ วิ่งขึ้นเวทีชุดนั้นแหละเพื่อน ทุกคนหันมา พูดเป้นเสียงเดียวกัน กูว่ามึงถอดน่าจะดีกว่าน่ะแต่คนอย่างดิมอายใครที่ไหน 5555 ก็ลิปซิงค์มันไปทั้งๆอย่างนั้นแหละ กล้องจับมาที่พี่นภ เสียงสนทนาดังอื้ออึงก็หยุดลง ทุกคนคิดว่าไอ้ห่านั่น ตัวอะไรแล้วมันไปทำอะไรบนเวที กะว่า ร้องเพลง พี่เสกแน่นอนจากการแต่งตัวหลุดๆรั่วๆ พออินโทรขึ้น เสียงฮาทั้งหอประชุมก็ตามมา โฮ้วววว จบกันซักที พอมาถึงปีสามงานเฟรชชี่ไนท์ ปีนี้ สุดๆครับ เป็นที่จดจำของหมู่มอตรสหายเพราะมีเหตุการหลากหลายเหลือเกิน คอนเซปงานคือ คัลเลอร์ฟูล คิดภาพไว้ในหัวว เด๋วไปหาซื้อเสื้อผ้าตอนเย็น โทรศัพท์ดังขึ้น เสียงชวนกันไปลั่น ล้า ตั้งแต่เที่ยงก็เกิดขึ้นน เราก็ไม่อยากขัดเพื่อน เพราะก็อยากเหมือนกัน 55 ก็ไปครับ ปรากฏ ไปเหมือนกันครับ แต่ไปลัล ล้า ที่เขื่อน ซึ่งห่างจากตัวเมือง 40-45 กิโล โอ้ววโหวววว ความฝันนน ที่ จะหล่อกู หมดไปอีกแล้ววว แล้วไม่เท่าไหร่ ลั่น ล้า ตั้งแต่เที่ยงงานเริ่ม 19.00 คุณคิดดูสิครับสภาพมันจะเป็นยังไง ก็เมาทิ่มเลยดิครับ ตอนแรกกังวลอยากหล่อ อยากแต่งตัวดี พอไม่มีสติแล้ว อะไรก็ได้ แต่งยังไงก็ได้ เอา เถอะ กูหิว ไม่แคร์โลกกลับไปห้องเพื่อนเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะไม่ไหวทั้งเหม็นเหงื่อกะเหล้าผสมกัน พออาบกันเส็ด ก็ยังดีน่ะที่มีสติคิดได้อยู่ว่าคอนเซปคือคัลเลอร์ฟูล ตอนนั้นชอบที่จะแตกต่างแล้ว ก็คิดๆๆๆๆ ทำไงดีๆๆๆ หันไปมุมห้องเจอกล้องของแถมที่มาจากบ้านเพื่อนเพราะบ้านเพื่อนขายของ เปิดลังดู เจอเสื้อเนสกาแฟ สามสี โอ้วโหวว เข้าทางเพราะทั้งตรงคอนเซป ทั้งหิว ทั้งรีบ บังคับเพื่อนใส่เลยครับ ไม่พอใส่กางเกงขาสั้นรองเท้าแตะ จะเซอร์ไปไหน คิดไง ว่า เป็นไง กู เซอร์ มั้ยไปถึงงาน เพื่อน บอกนี่ไม่เรียกเซอร์ นี่เรียก ขาดสติใรการแต่งตัว  555   คิดดูครับงานนี้หรูหรามากมาย ผู้ชาย 5 คน ตาเหม่อลอยบ้างก็มีเดินไม่ตรงบ้างกลิ่นละมุดตุ่ยๆ นิดๆ ยิ้มมาแต่ไกล ทุกสายตาจับจ้อง โอ้โหห อายมาก ดีน่ะเค้าไม่เรียกบอกว่าน้อง พี่ ขอ น้ำแข็งถังนึง คือ แบบห่วยมากมาย ก็อับอายกันไปเพื่อนไม่กบล้าเข้าใกล้ไม่มีใครอยากถ่ายรูปด้วย เดินไปป่วนโต๊ะนั้นโต๊ะนี้ จนเค้ารำคาญกันหมด เห็นรึยังครับ ว่าปีนี้เฟรชชี่ไนท์มีความสำคัญ กับผมมากแค่ไหน เริ่มด้วยพาคุณปิยพรไปจ่ายเงินตัดสูทให้ เพราะไม่งั้นอาจจะได้ดีไซเนอร์ที่เค้ากำลังนิยม แบบ ตอนปีหนึ่งอีก หาซื้อเสื้อยืดและก็ ออพชั่นต่างๆ ก่อนวันงาน 2-3 วัน ลดน้ำหนักช่วงนึง เอาว่ะปีสุดท้ายแล้ว ขอซักวันเหอะ ว่ะ ก็ได้สูทขาวกับกางเกง รองเท้าหนัง เสื้อยืด แว่นตา ปีนี้ ไหนๆ จะเปลี่ยนแล้ว อยากเปลี่ยนลุค จากคน ตลก เป้นคนเข้มๆ ขรึมๆ ก็เลยใส่แว่นตี๋ใหญ่ทำหน้าดุๆ สังเกตดุรูปจะไม่ยิ้ม เพราะเป็นคนไม่ตลก 555 ไปถึงงานสลับกันครับปีสี่เค้าไม่ค่อยมีคนแต่งตัวหรูหราเหมือนปีก่อน คือประมานว่า ไอ้บ้านี่มาไง มึงแต่งซ๋ะหรูเชียว โดน อีกสิครับ เห้อออ รู้ตัวเมื่อสาย ก็โดนสายตางงๆ กันไป ประมานว่า มึงมาไงเนี่ย บางคนบอกว่ามึงอยากเด็ก บางคนบอกว่ามึงอยากแก้ตัวจากปีก่อนเหรอ บางคนบอกว่าไม่ต้องรีบแต่งหรอก ปีนี้อาจจะยังไม่จบพร้อมเพื่อน บางคนบอกว่าเจ้าสาวหายไปไหนหล่ะ ผิดตลอด กูผิดตลอด แต่ก็ดีครับ ก็ไปขอถ่ายรูปๆๆๆๆๆ เยอะแยะมากมาย เท่าที่เอาให้ดู กัน พอเสร็จจากงานก็ไป ลัล ล้า กันต่อ ที่ผับเดิมๆ นึกว่าไปเรียนครับ เพราะเข้าไปเจอแต่เพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่คณะเกือบจะทั้งร้านเลย โอ้วโหวว ก็ งี๊ดแดก กันไปก็สนุกสนาน เฮฮา ตามประสา ดิม ดิม
     
    - รูปงานเฟรชชี่ปีต่างๆของผม ก็อยู่ท้ายๆน่ะครับดูแล้วกันฮาดี ยกเว้นตอนปีสองไม่ค่อยว่างถ่ายเท่าไหร่ 55
    - ปีนี้ก็จะจบแล้วภาพแบบนี้คงจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว พูดแล้วใจหาย มากจิงๆ อันนี้ ซีเรียส 55
    - ขอบคุณ ใครซักคนบนโลกนี้ที่ประดิษฐ์กล้องขึ้นมาให้ได้ถ่ายกัน จะได้เก็บความทรงจำได้นาน โชว์ลูกหลานได้ว่า ตอนปู่มึงหนุ่มเนี่ย  เฟี้ยวแบบนี้แหละ ให้หลานอาย 55
    - ขอบคุน คุนปิยพร  ที่เป็นห่วงเป็นใย ที่ออกเงินและการเป็นดีไซเนอร์ประจำตัว ในการแต่งตัวของลูก และสำคัญจิงๆเลยคือคำว่า
                                                       
                    สมัยนี้เค้ากำลังนิยม
     
    September 03

    ยกของหนัก

    โอ้วโหหหหหหหหหหห ไป กท คราวนี้งานเยอะมากมายเอาเรื่องแรกกันก่อน มีนัดอัดร้องตอน บ่ายวันพุธ เนื่องจากหักโหมหนักจากคืนวันอังคาร ยกของหนักมากไปหน่อย เสียงก้เลยไม่มี ถามว่ายกของหนักทำไมไม่มีเสียง เพราะยกเพียวไง 5555 พูดเล่นจริงๆ แล้วไม่ได้ นอนมาทั้งคืนเพราะต้องทำรายงานส่งแล้วก็งานเก่าๆ ที่ค้างคา พอกหางไว้ ก็ต้องมานั่งสะสาง พอไปถึง พี่เจ (โปรดิวเซอร์) มองหน้าแล้วถามว่า นี่ มึงโอเคมั้ยเนี่ย แบบ หน้าตา บ่งบอกว่าโทรมมาก ไอ้เราก็เกรงใจอุตส่าห์นัดพี่แกไว้แล้ว ก็เลยบอกว่าพี่ครับผมไม่ไหว 5555 แกก็ บ่น ไอ้ห่า เอ้ย บอกให้นอนเยอะๆ ก็เลยยังไม่ได้อัดเสียง  มีแค่ซ้อมเพื่อจะเล่นงานวันพะรึหัดเฉยๆ  เพราะว่าวันพะรึหัด เรามีงาน VJ Search ของ Ch [ V ] ต้องไปเล่น แบบ อะคูสติก ใน พิธีเปิดงานแถลงข่าว แต่ก็เล่น ขำๆ 2-3 เพลง ก็มีเพลงไม้ตายของพวกผมเพราะขี้เกียดซ้อม 55 ยังไงซ่ะ มนต์ของเพลงรักคุณเข้าแล้ว ก็ยัง ทำให้ผมรักเพลงนี้ไม่หายซักที ถึงแม้จะไม่มีใครที่ว่าแบบในเพลงนี้ก็เถอะ พอเสร็จจากงานพวกเพื่อนๆในวงก็แยกยย้ายกันกลับ ทิ้งกูไว้คนเดียว เปล่าเปลี่ยวใจ โชคดี มีเพื่อนๆที่กท ตั้งหน้าตั้งตารอสังสรรค์กันอยู่ ความชิบหายมาเยือนสิครับ พี่เจ นัดอัดร้องวันศุกร์ ตอนบ่าย ตื่นมาแฮงค์ตามคอนเซป เจ้าหนูจอมแฮงค์ ไปอัดเสียง จะเอาเสียงจากไหนให้เธอหล่ะจ๊ะ ก็ไปนั่ง บิวท์ๆๆๆๆ กินน้ำร้อน วอร์มเสียงๆๆ ไปเรื่อยๆ สรุปว่า วันนั้น ใช้เวลาในการ อัดเพลง ฟ้า ทั้งหมด 6 ชม ครึ่ง. เพลงๆเดียว 6 ชมครึ่ง บ้าไปแล้ว เหอๆๆๆ รุ่งเช้าวันเสาร์ มีงานที่ต้องไปเล่น เปิดให้ เลม่อน ซุป ที่ดีเจ สยาม ที่คัญ พอดิมอัดเสียงเสร็จ ดิม เครียดมาก ดิมเลย ลัล ล้า เกินไป เลยหายยยยยยยไปเลย ไม่ได้ไปซ้อม โดนเพื่อนประจาน ตื่นยังคงรักษาฟอร์ม แฮงค์ไว้ได้อย่างต่อเนื่อง 555 ไปเล่นดีเจสยามแดดร้อนๆ แฮงค์ ๆ ทั้งยังต้องขนของและซาวด์เช็ก อีก แทบบ้า กันไปเลยคราวนี้ แต่ไม่ได้ คนดูเยอะๆๆๆๆๆ ต้องตั้งใจทำออกมาให้มันดี ก็เลยผ่านพ้นไปได้ด้วยดีหอบจับกันไปตามๆกัน มีหลุดมีผิดบ้าง ขอโทดค้าบ วันหลังผมจะไม่ขาดซ้อมแล้วครับ พอเล่นเสร็จก็ไปลั่ล ล้าต่อ แต่จองตั๋วรถ 6 โมงเช้า แต่เสือก ลัล ล้า หนักไปหน่อยเกือบตกรถกะไอ้ต้อง ดีนะมัน ปลุก ผมก็หลับเป็นตาย หลับที่นครชัย ที่ กท ตื่นมาอีก ที แมคโคร ขอนแก่น โว้วววว และด้วยการรักษาฟอร์มอย่างต่อเนื่อง ผมก็แฮงค์อีกแล้ว สิคร้าบบบบบ ขอบคุนสำหรับเพื่อนๆ ที่ไปดูกันขอบคุน ความฮากริบ เสียงตบมือ รอยยิ้ม และก็เจ้าของงานต่างๆที่ให้โอกาสเราไปเล่น เจ้าของค่ายที่ป้อนงานให้อยู่ตลอด พวกคุณไม่รู้หรอกว่าคุณให้โอกาสเด็กกลุ่มนึงได้เดินทางไปตามความฝันของเค้าได้ไกลแค่ไหน
     
    - ขอบคุน พี่พิม และ น้องแก้ว สำหรับรูปภาพสวยๆ อุตสาห์สละเวลามาดู Lemon Soup ก้เลยได้ถ่ายภาพเราไปด้วยในงานต่างๆ 55ขอบคุนมากๆ จาก Tattoo Colour ทั้งวง
    - คราวนี้ อัพน้อยหน่อย เพราะ ยังมึนๆ 5555