sibomin's profileSibominPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 12

    คู่มือนักเที่ยว

    วันนี้วันดี เลยอยากอัพ ช่วงนี้ว่างงานมากเคยคิดไว้นานแล้วว่าจะเขียนหัวข้อนี้สำหรับนักเที่ยวแต่กะลังสั่งสมประสบการณือยู่ทุกวันจนวันนี้เรียนจบแล้วถือว่าเป็นวิทยาทานให้กับรุ่นที่เพิ่งหัดเที่ยว (ทำตัวรุ่นใหญ่ซ่ะด้วย 55 ) ที่เขียนเรื่องนี้ไม่ใช่ว่าเก่งอะไรแต่เพราะในบางกรณีคุณอาจจะทำพลาดอย่างที่ผมทำพลาดมาจึงเขียนไว้เป็นบทเรียนใครมีข้อเสนอแนะสามารถเพิ่มเติมได้ครับ ก่อนอื่นเลยการเที่ยวในที่นี้ไม่ใช่ไปเที่ยวทะเล ภูเขา หรือสวนสยาม การเที่ยวในแบบนี้เค้าเรียกการเที่ยวกลางคืน การเที่ยวกลางคืนมีหลายรูปแบบแตกต่างตามสไตล์ของคนเที่ยวแต่ละคนออกไป บางคนชอบเต้น บางคนชอบนั่งกินคุยกัน บางคนชอบดนตรีที่ไม่ค่อยมีฟังกันมากนักในเมืองไทย บางคนชอบดูดนตรีสด บางคนชอบดูดนตรีสดที่เล่นเก่ง บางคนชอบดูดนตรีสดที่นักดนตรีหน้าตาดี ก็นานาจิตตัง กันออกไป แต่ทุกวันนี้ร้านต่างๆก็มีการพัฒนาเพื่อเอาใจผุ้บริโภคให้ถึงที่สุด อาจจะรวมหลายๆแนวใว้ในร้านเดียว เพราะฉนั้นที่เราจะพูดและแนะนำเกี่ยวกับการเที่ยวเราจะพูดถึงคนส่วนใหญ่ที่ชอบไปเต้นกันตามสถานที่อโคจร เราจะไปกันที่ล่ะข้อ อย่าข้าม ถ้าไม่จำเป้นหรือมีเหตุสุดวิสัยจิงๆ เพื่อประโยชน์ต่อตัวคุณและประสิทธิภาพของคู่มือเล่มนี้

    1.ตกลงกับเพื่อนฝูงถึงร้านที่จะไปเที่ยวเอาประชามติส่วนใหญ่ อย่าเอามติที่เป้นส่วนน้อยมาคิดว่าเพื่อนจะนอยมั้ยถ้าไม่ไปร้านที่เพื่อนอยากไป ไม่ต้องห่วงเด๋วมันเมา มันหายนอยเอง มันก็เต้นเองแหละ

    2.ถ้าเป็นการเที่ยวในรูปแบบที่ไม่ใช่วันสำคัญ เช่นวันเกิด วันสอบเสร็จ วันเพื่อนอกหัก ต้องเกณฑ์คน ใครก็ได้เพื่อนของเพื่อนแฟนของเพื่อน พี่ของเพื่อน น้องเพื่อน เพื่อนเก่ารรเก่า เพื่อนใหม่เพิ่งรู้จักเมื่อวาน แม่ของเพื่อน พ่อของเพื่อน (อันหลังคงจะมายากหน่อย) แถวบ้านเรียกชวนดะ ชวนไปเหอะ เพราะเปอร์เซนต์ของคนที่จะมา มักจะไม่ร้อยเปอร์เซนบางคนก็มาบางคนก็ไม่มา ถ้าชวนแบบตายตัวชวนไปสี่คน มาสามคนถือว่าประสบผลสำเร็จ แสดงว่ามึงยังเป็นคนน่าคบอยู่ แต่ถ้าชวน ห้าคนแล้วไม่มาเลยต้องดูตัวเองอีกทีว่าผิดตรงไหน เช่นเวลาไปเที่ยวมีเงินออกเท่าคนอื่นมั้ย ไปแย่งเพื่อนจีบสาวรึเปล่า ไปแล้วโวยวายทะเลาะวิวาท หาตีนมาสมัครเป้นสมาชิกแกงค์คนใหม่รึเปล่า หรือไปจีบแฟนเจ้าของร้าน อันนี้ก็ต้องเก็บไปคิดและพัฒนาตัวเองใหม่ การมาเยอะจะส่งผลบุญตอนเช็กบิล และตอนมีเรื่อง เพราะจำนวนคนยิ่งเยอะหารก็จะเยอะตามไปด้วย ยิ่งร้านแพงๆ อย่าทะลึ่งแซดแล้วไปนั่งกินคนเดียวเด๋วจะแซดกว่าเดิม ที่คัญการชวนเพื่อนต้องดูลักษณะว่าต้องเป็นคนที่มีตังพอจ่ายและใช้ชีวิตทำอย่างอื่น เพราะบางทีสมมติชวนคนมาดื่มด้วยกันตอนชวนมีเงินแต่พรุ่งนี้มึงเลี้ยงข้าวเลี้ยงหนังกูน่ะ อย่างนี้ไม่เอา

    3.หลังจากชวนเสร็จต้องย้ำให้เพื่อนนำเอกสารแสดงตัวมา ไม่ว่าจะเป็น บัตรประชาชน พาสปอร์ต ใบขับขี่ ได้แค่นี้เท่านั้นถ้าผับเข้มๆ ใบขับขี่อาจจะใช้ไม่ได้แล้วอย่าทะลึ่งเอาสำเนาบัตรหรือเรียกง่ายๆว่าใบถ่ายเอกสารไปตรวจจะโดนไม่ใช่น้อย เหมือนถ่ายเอกสารแบงค์ยี่สิบแล้วไปซื้อก๋วยเตี๋ยวกิน ยังงี้ไม่เอา

    4.หลังจากชวนเพื่อนและรู้ที่จะไปเสร็จต้องเตรียมตัวในการแต่งกาย ว่าลักษณะร้านเป้นรูปแบบไหนถ้าหรูก็ใส่เชิ้ตไปเพื่อเอาลูคไว้ก่อนเพราะการแต่งกายจะเป็นสิ่งแรกที่จะบอกคนอื่นว่าคุณเป็นคนยังไง หรือถ้าร้านสบายๆก็แต่งตัวสบายๆ อย่าทะลึ่งใส่เชิ้ตตลอดเวลาเข้าไปร้านเด็กๆเค้าเที่ยวกันเด๋วคนจะถามว่ามาหาลูกเหรอ และที่สำคัญที่สุดในการเที่ยวเพื่อความปลอดภัยกรุณาใส่ขายาวและรองเท้าผ้าใบหรือหนังก็ได้ เพราะบางผับแต่งตัวไม่สุภาพก็เข้าไมได้น่ะจ๊ะ ต้องทำตัวให้ดูดีอยู่เสมอเพราะคุณไม่รู้หรอกว่าจะเอจใครในวันนั้นมั่ง

    5.นัดกันกับเพื่อนเรื่องคิวการจองโต๊ะเพราะว่าถ้าร้านที่ดังและเป้นที่นิยมคนจะเต็มเร็วมาก ตาม ตจว พวกเมืองใหญ่ๆเช่นขอนแก่น เชียงใหม่ พทัยา วันศุกร์ เสาร์ ที่ยอดนิยมเวลาการเต็มมาตรฐานจะอยู่ที่ 20.45 ถ้าไม่นับการมีคอนเสิร์ตมาที่ร้านเวลาอาจะปรับเร็วขึ้น 30-40 นาที ตามความดังของศิลปินที่จะมาเล่นคอนเสิร์ต แต่ Tattoo Colour เล่นที่ขอนแก่น 22.30 ยังไม่เต็ม 55 เรื่องการจองโต๊ะเป้นเรื่องที่ละเอียดอ่อนว่าใครจะมาต้องเป้นคนที่ตรงต่อเวลา และวางใจได้ ถ้าเกิดไม่เป้นคนแบบนี้จะเกิดอะไรขึ้น ก็จะไม่ได้โต๊ะแล้วก็จะยืนหง่าวเบียดเสียดคนอื่น ยังงี้ไม่เอา

    6.การจองโต๊ะจะต้องทำกันเป็นคิวไม่ใช่ว่าคนไหนจองคนนั้นต้องจองตลอดแล้ว ลักษณะพวกจองโต๊ะจะเมาเร็วกว่าคนอื่นมากเพราะต้องมานั่งดื่มรอเวลาเพื่อนฝูงมา กว่าจะมากันครบ ร้อยละ 80 เมาก่อนเพื่อนทุกราย ล่าสุดเป็นคนจองโต๊ะที่ร้านแห่งนึงวันนั้นมีคอนเสิร์ตฟลัว ไปตั้งแต่สองทุ่มตื่นเช้ามาถามเพื่อนว่าฟลัวมันเล่นฤดูที่ฉันเหงารึเปล่าว่ะ เมามากมายจำอะไรไม่ได้ เลย ต้องทำกันตามคิวเพราะจะได้ไม่เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบกัน

    7.ถ้าคุณเป็นคนจองโต๊ะกรุณาเลือกที่ที่ง่ายต่อการคมนาคมไปมา ไม่จำเป้นต้องใกล้ห้องน้ำมากเพราะรำคาญคนเดินไปมา หรือบางคนชอบคนเยอะๆเดินไปมาก็ไปเลือกที่ใกล้ห้องน้ำก็แล้วแต่ศรัทธามหาชน เพราะเพื่อนผมเคยบอกไว้ว่า อยากดูคนสวยต้อง แถวๆห้องน้ำ ถามไปว่าทำไมว่ะ มันบอก ไอ้ห่า สวยแค่ไหนก็ต้องฉี่หล่ะว่ะ เออ มีเหตุผล

    8.ถ้าไม่เคยไปร้านนั้นแต่ต้องจองโต๊ะเหตุสุดวิสัยจิงๆ ถามเด็กสิร์ฟเลย โซนไหนเต็มก่อน แสดงว่าโซนนั้นมีดี เลือกนั่งโซนนั้นเลย

    9.ก่อนออกจากบ้านเชคสิ่งของให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาท่องให้ขึ้นใจ กุญแจรถ มือถือ เงิน และส่องกระจกอีกทีเพื่อเชคความเรียบร้อย ใครที่สูบบุหรี่กรุณาเช็คว่าบุหรี่มีพร้อมและพอเพียงมั้ยควรซื้อก่อนเข้าไป เพราะถ้าซื้อในผับราคาสองเท่าเลยครับตูดบานๆ กรุณาแลกแบงค์ย่อยก่อนออกจากบ้านเพราะว่าถึงเวลาเช็คบิลทีไรพวกมีแบงค์ใหญ่ได้ทอนไม่เคยครบซักที เพราะว่าบางคนจ่ายน้อยมากไม่เท่ากัน( กุญแจรถ กระเป๋าเงิน อะไรก็ก็แล้วแต่ที่ ไม่ได้ใช้อยู่ตลอดคือจะคิดถึงมันอีกทีตอนผับปิดหรือเช็คบิล หรือสิ่งของอะไรที่หล่นจากกระเป๋าได้ง่าย กรุณาฝากเพื่อนผู้หญิงที่ไว้ใจได้และมีกระเป๋าสะพายไปเพราะจะหายได้ยากกว่าผู้หญิงเค้าเก็บของเก่ง )

    10.เมื่อไปถึงร้านการเชคบิลของทางร้านส่วนใหญ่มีสองแบบคือ เก็บสดเลยเมื่อสั่งเสร็จ และแบบกินเสร็จถึงเก็บเงิน แบบแรกอันตรายมากสำหรับมือใหม่เพราะถ้าคุณสั่งไปแล้วคุณต้องจ่ายเลยแล้วจะคิดว่าเด๋วค่อยเอาคืนฝันไปเถอะว่าจะได้ครบตามหลักการคลาดเคลื่อนของคนเมาเวลาหารเงิน ดีไม่ดีอาจจะเจอกับพวกที่เนียนมากนี่ต้องใช้เทคนิคขั้นสูงคือพวกเนียน พวกเนียนจะไปเข้าห้องน้ำหรือมีธุระต้องโทรศัพท์ทันทีเมื่อโซดาบนโต๊ะหมด หรือน้ำแข็งหมดแล้วก็จะทิ้งแค่คำพูดว่า เฮ้ย โซดาหมด หรือน้ำแข็งหมด สั่งดิ้ แล้วมันก็จะเดินไป ถ้าเราหลงกลมันเราสั่งเส็ดเช็คบิลสด โดนใครครับ โดนเราสิครับ บางทีถ้าโชคร้ายอาจจะเจอนินจา นินจาคือพวกที่มาเที่ยวด้วยกันเมาด้วยกัน ไปห้องน้ำด้วยกัน แต่ตอนเพลงช้าขึ้น ไฟเปิด ผับกะลังจะเลิก ปาฏิหารย์ครับ มันหายไปแล้วเพราะฉนั้นอย่าไปจ่ายก่อน เอ้าแล้วจะให้ทำไงหล่ะทีนี้ วิธีแก้นี้มีครับบอกเด็กเสิร์ฟไปว่าเซ็นครับ เซนไปทีละบิล แล้วตอนเช็คค่อยรวมบิลทีเดียว หรือถ้าเด็กเสิร์ฟบอกว่าไม่ได้ครับ วันศุกเสาร์คนเยอะ ก็บอกไปว่า เด๋ว แปบนึงครับเพื่อนกำลังมาเงินไม่พอจ่ายครับ แล้วก็หน้าหนีไปอย่าไปมองตาเด็กเสิร์ฟว่าได้มั้ย เราเป็นคนจ่ายเงินไม่ได้ขอเค้ากินครับ ลูกค้าถูกเสมอ และจะส่งผลบุญไปถึงตอนเช้าว่าไม่ต้องตื่นมาตกใจว่าทำไมเงินกูเหลือแค่นี้ว่ะ กุใช้ทำอะไร แล้วทำไมไม่ได้เงินครบตามจำนวน

    11. ใครที่สูบบุหรี่กรุณาพึงสังวรณ์ว่าเป้นทรัพย์สินส่วนบุคคลอย่าทะลึ่งไปวางบนโต๊ะมันจะหมดเร็วมากบางคนมีของตัวเองแต่ก็หยิบเพราะมันใกล้มือและสะดวก บางทีเพื่อนของเพื่อนเดินมาหาเพื่อนชนแก้วๆๆ อาจจะหยิบไป 1 ตัวเพื่อความสบายใจเก็บใส่กระเป่ากางเกงน่ะจ๊ะ

    12.การกินเหล้ากินกันเพื่อความสนุก อย่าไปคึกโชว์กินเพียว หรือโชว์กินเข้มมันจะอยู่ได้ไม่นานจะไปเร็วก่อนเพื่อน ไอ้เท่ น่ะ เท่ ไอ้เก่งมั้ย เก่ง แต่ตอนอ้วกมันไม่นาดูน่ะจ๊ะ

    13.ถ้ารู้จักคนในผับเยอะต้องชนกะคนนู้นคนนี้บ่อยๆ กรุณารินให้บางกว่าปกติมากๆ เพราะ จะเมาเร็วมาก ถ้าเกิดทะลึ่งมีคนรู้จักเยอะ จะซวยเอา

    14.การจีบเพศตรงข้าม หรือ เพศเดียวกันในผับไม่ใช่เอะอะ เข้าพรวด สำรวจให้ดีว่าว่ามากับใคร ควรถามเพื่อนว่ารู้จักคนนี้มั้ย มี แฟนยัง แฟนมาด้วย มั้ย หรือ คนที่ยืนข้างๆมันเพื่อนหรือ แฟนว่ะ ถ้าไม่แน่จัยอย่าไปยุ่ง เพราะเด๋วปั๊ดโดน

    15.การขอหรือให้เบอร์ คิดดูดีๆก่อนจะให้ เพราะคนนี้มันจะโทรมาตอนเช้าน่ะ ตอนบ่ายน่ะ ตอนเย็น น่ะ คุ้มมั้ย น่ารำคาญน่ะไหวมั้ย มันดีแก่การลงทุนจิงมั้ย เพราะฉนั้นต้องเอาเบอร์เพื่อนให้ 55 แล้วก็บอกว่าลืมโทรศัพท์ไว้บนรถ หรือ เพื่อนยืม หรือฝากไว้กะเพื่อน เผื่อเกิดกรณีโทรมาเชค แต่ต้องเตี๊ยมกะเพื่อนให้ดีว่าจะมีคนโทรมาอย่าทะลึ่งรับ แล้วค่อยว่ากันอีกที การขอเบอร์คนในผับเป้นเรื่องยากมาก อยู่ที่ฝีปากและหน้าตาของแต่ล่ะคน เรื่องนี้ยากใช้วิจารณญานกันเอาเอง

    16.หลีกเลี่ยงการมีเรื่องให้มากที่สุดเท่าที่จะมีได้ เพราะมาเที่ยวไม่ได้มาต่อยมวย ไม่งั้นก็ไปเวทีมวยแล้ว ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วพวกน้อยพยายามทำตัวเป็นมิตรไว้ก่อน เจอใครคนนั้นคนนี้ ทักให้หมด ดูใหญ่ดี 555

    17.สุดท้ายเมื่อมาถึงการเช็คบิลอย่าเพิ่งออกเงินจนกว่าคนจะมาครบ รีบควักเงิรออกคนแรก ตามจำนวนที่ใช้มือถือหารแล้ว และรีบยื่นไปให้คนข้างๆ เพื่อความเร็ว เพราะ ร้อยล่ะ 80 คนที่ถือเงินรอเชคบิลมักจะต้องออกเยอะกว่าคนอื่นอยู่เสมอ เพราะมันจะไม่พอ จ่ายเงินครบตามจำนวนและเดินไปที่ห้องน้ำล้างหน้า ล้างตาให้สร่าง เพราะถ้าอยู่โต๊ะต่อ เพื่อนไม่ครบจะโดนหางเลขและต้องออกให้สำหรับส่วนที่ไม่พอได้ อาจจะดูเห็นแก่ตัว แต่เพื่อความสบายใจของเราในการใช้ชีวิตกลางคืนบ่อยๆ ก็คิดซ่ะว่า นี่มันเป็นการเท่าเทียมกันครับ

    จบแล้วครับ กรุณาไปแทกซี่หรือถ้าไม่มีก็ให้เพื่อนมารับ หรือถ้าจะขับมาเองก็ต้องทำให้สร่างก่อนแล้วค่อยขับน่ะครับ ปลอดภัยที่สุด เพราะ เมื่อสามเดือน รถ เพิ่งชนมา 555 ใครอยากกินต่อ ก็แนะนำสำหรับคนกลัวอ้วนว่า กิน แล้วนอน เลย อ้วนเร็วมากครับ และ อย่ากินเบียร์จะอ้วนเร็วกว่าเหล้ามากครับ ออกกำลังกายอยู่เสมอเพื่อคืนนี้ที่สดใสจ้า 555

    *วันนี้อารมดีทำสเปซตัวใหญ่

    February 19

    สวัสดีครับ ความจริง

      ตอนนี้เวลา 13.46 น. ณ เชียงใหม่ มีเสียงคนกำลังทำความสะอาดบ้านญาติดังไปมา นั่ง เล่นแล้วก็นึกครึ้มขึ้นว่าจะอัพสเปซจิงๆความคิดนี้มีมาหลายเดือนก่อนหน้านี้ แต่ เวลาจะอัพก็จะโหยยเหนื่อย เพราะเจออะไรมามากมายอัพไม่ไหว ดองเป้นดินพอกหางดิม จนวันนี้ เข้าไปอ่านสเปซเพื่อนๆ แล้ว เกิดไฟ อยากเขียนขึ้นมา เค้าว่ากันว่า คนเราเมื่อถึงทางแยกที่จะต้องตัดสินใจอะไรแล้ว ช่วงเวลา ที่คุณครุ่นคิดว่าจะทำอะไรดี มันเป็นภวังค์ เพียงแค่ชั่ววินาทีหนึ่ง หรือ 4 วัน หรือ 6 ปีที่คุณคิดว่าคุณจะทำอะไรต่อ แล้วชีวิตคุณจะไปไหนดี เลี้ยวซ้ายตรงนี้แล้วไปออกที่ไหน หรือว่าเราทำอะไรลงไปแล้วส่งผลอะไรกับชีวิต เป็นต้น และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งทางแยกที่ผมต้องเลี้ยว หรือตรงไป หรือแม้กระทั่งอาจจะกลับหลัง อาการเลื่อนลอยไปมา ไม่มีอะไรจริงจัง ไม่เครียดกับชีวิต ครึ่งๆกลางๆ ค้างๆคาๆ คงจะเป้นอาการค้างเคียงของ ภวังค์นี่ซะกระมัง อาการพวกนี้จะดีขึ้นเมื่ออยู่กับเพื่อนหรือดนตรี แต่ถ้าอยู่คนเดียวก็จะเกิดอาการเหม่อลอย เพ้อเจ้อ ปั่นป่วนตัวเอง แม้กระทั่งขับรถ ก็ชั่งเถอะ ไม่ไหวน่ะ เมื่อไหร่ เราจะหลุดจาก ภวังค์นี่ซักที เบื่อแล้ว แต่ทำไม ยัง ตัดสินใจอะไรไม่ได้เลย เหมือนมันรอเวลา เหมือนมัน รอใคร เหมือนมันรอ การเสี่ยงครั้งใหญ่ หรือว่ามันแค่รอให้เราหลับตาแล้วนึกและตัดสินใจดีๆ อีกซัก ครึ่งชม ต่อไปนี้ ก็ไม่รู้ ไม่รู้จะทำอะไรต่อไปแล้ว ทุกวันนี้ กิจวัตรจำเจมาก มันต่างกันแค่วันที่ กับสีเสื้อที่เปลี่ยนไปแค่นั้นเอง กางเกงในก็เปลี่ยนน่ะ 55 แต่กางเกงส่วนใหญ่ตัวเดิม จะเล่าเพื่อ ? จริงๆ จุดจบของทุกทางเดินที่เราจะเลือกเนี่ย เราคำนวณหาจุดจบของมันเจอน่ะแต่ ที่มันเลือกไม่ได้ เพราะว่า มันไม่ต่างอะไรกันเลย ได้อย่างเสียอย่าง ไม่มีอะไรได้มาครบเลยซักอย่าง ไม่มีอะไรเพอร์เฟคในโลกนี้หรอก เพื่อนชอบบอก แต่เราก็ไม่เคยจะเชื่อ มันต้องมีดิว่ะ แต่มันแค่หายากกว่า อะไรทั่วๆไปดิ เนอะ ว่ามั้ยหาไม่เจอมันไม่ได้แปลว่าไม่มี มันแค่แปลว่าหาไม่เจอ ตอน2000ปีที่แล้วมีใครรู้เหรอว่า เราจะบินได้ หรือ คุยกันจากที่ไกลๆ ได้ หรือดูคนชอบโชว์ผ่านกล้องสีขาวที่บ้าน ได้ ไม่มีหรอก มันเป้นแค่ความฝัน แต่ทุกวันนี้เรากะลังทำอย่างที่คนเหล่านั้นฝันอยู่ ยากกว่าการหาความเพอร์เฟค ตั้งเยอะเลย ยังทำได้เลย โถ่ว มันต้องมีดิว่ะ ต้องมีๆๆ ทุกสิ่งทุกอย่างมีทางออกเสมอแค่คิดดีรึยัง ก่อนตัดสินใจแค่นั้น เอง คิดผิดก็ซวยไป เหมือนกับเวลาปรึกษาใคร ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าตัวเองจะทำอะไรแล้วจะปรึกษาไปทำไม จิงๆน่ะลองคิดดู ยกตัวอย่างเช่น เรื่องแฟน เป้น topic ที่คนเราถูกปรึกษาเยอะที่สุดรองจากเรื่องเงิน 55 บางคนก็ มาถามว่า ดิม กูควรจะทำไงดีว่ะ เค้าไม่รักกูแล้ว เค้าตี เค้าต่อยกู เค้าไม่แคร์ไม่ใส่ใจ ผมถามคนที่กะลังอ่านหน่อย คุณรู้มั้ยว่าควรทำไง ? คุณควรจะให้ คำปรึกษาอะไรได้อีก นอกจาก มึงก็เลิกดิ ก็จะบอกว่าไม่ได้ กูรักเค้า เอ้าไอ้... แล้วจะมาถามทำไมว่าควรทำไงดีในเมื่อ ก้มีคำตอบในใจอยู่แล้ว จะมาปรึกษาทำไม แนะนำว่าใครมาปรึกษาเรื่องแฟนกับคุณ จะด้วยปัญหาอะไรก็ได้คุณลองบอก มึงก็เลิกดิ แล้วมันก็จะบอกคุณว่า ไอ้ห่า มันไม่ได้เลิกันง่ายอย่างงั้นน่ะเว้ย ก็เลยคิดว่า นั่นไง มึงก้รู้หนิ มึงรักก็ต้องทน มึงไม่รักแล้วก็ไม่ต้องทน แค่นี้เอง จะมาปรึกษาทำไมให้เมื่อยคอด่า จิงๆแล้วเรื่องนี้เป็นสัจธรรมมาก เอาอีกเรื่องแล้วกันกับการใช้ชีวิตทั่วไป ไอ้คำว่าตามใจเหอะยังไงก็ได้ เนี่ยลองคิดตามน่ะ นาย A ในใจหวังกินก๋วยเตี๋ยว นาย B ในใจหวังจะกินส้มตำ นาย A ถามนาย B กินอะไรดีวันนี้ ทั้งที่ทั้งคู่ไม่รู้หรอกว่าจะกินอะไรดี แต่ก็มีอาหารในดวงใจอยู่แล้ว นาย Bบอกแล้วแต่มึง นายAบอกงั้นก๋วยเตี๋ยว น่ะ นาย B หน้านิ่วบอกจะดีเหรอ ไม่กินส้มตำว่ะ จบ ลองมาวิเคราะห์สองคนนี้ดู นาย เอ ถามกินไรดี (คือจะถามทำไมในเมื่อมึงก็รู้อยู่แล้วว่า ก๋วยเตี๋ยว) นายบีบอกตามใจมึงกูอะไรก็ได้ (คือแล้วจะพูดทำซากอะไรว่าอะไรก็ได้ตามใจมึง ในขณะที่ในสุดท้ายมึงก้บอกว่า ทำไมไม่ไปกินส้มตำอยู่ดี) เรื่องใกล้ตัวที่ทำกันเป้นนิสัยมันก็เป้นสัจธรรม ที่เราไม่รู้ตัว อย่างเรื่อง ผู้หญิงก็เรียกร้องกันเข้าไปสิทธิ ก็โอเคเราก็นับถือว่าให้มันเท่ากันจริงแล้วกันเพราะทำไมเราคิดว่าผู้หญิงมีสิทธฺเยอะกว่าซ่ะด้วยซ้ำ เพราะจะทำอะไรก็ได้ คุณผู้ชายครับคุณทุกคนต้องเข้าใจว่า ก็เค้าเป็นผู้หญิงไง เช่น จะโกดเรื่องไร ก็จะไม่พูด นิ่งไป ถามว่าเป้นไร ก็จะ ป้าววว ไม่เป็น เราก็ถามอีกเอ่า เป้นไรค้าบบบ ก็บอก ป้าวววว ไม่เป้น แต่หน้าบูด เราก็งง อยู่ดีๆ ก็ บูด เราก็ถามอีกว่า เป้นไรค้าบบบบบ เท่านั้นแหละ หลังจากลากเสียงยานว่าเป็นไรค้าบบ ก็จะหันมาทำหน้าค้อน ว่าออ ไม่ต้องถามก็ได้น่ะ ถ้า ขี้เกียด  เอ้า แล้วไมไม่ตอบตั้งแรกหล่ะที่ถาม ก็บอกว่า ป่าวๆๆๆ ไงถามอยู่ได้ ก็หน้าคุณก็บูดๆๆๆๆๆอยู่ไงทำไมถึงจะไม่ถาม สุดท้ายถ้าคุณผู้ชายมีความพยายามหน่อย ถามไปอีกซัก 6 รอบ มันจะเริ่มออกมาแล้ว ทีล่ะนิดๆ ๆๆๆ จนได้ความจริง ทั้งหมด คือสรุปมึงโกดกู นั่นแหละ ง่ายๆ แล้วทำไมไม่บอก จะ ป้าววววว ทำไมแล้วใครจะไปตรัสรู้ได้ว่าพี่โกดอะไร ถ้าพี่ไม่บอก ก็เห็นๆ กันอยู่ว่า เป็น แล้วเวลาคุยกับเพื่อน ก็จะบอกว่า มึง ก็ต้องเข้าใจ เค้าเป้นผู้หญิงไง ไงหล่ะเห้นมั้ย สิทธิ์ เยอะ กว่าอีก เวลาไปกับเพื่อน แล้วแฟนโทรตามให้ไปรับ ก็จะบอกว่า อืมม เด๋วไป แล้วก็จะมีคำพูดหนึ่ง ว่า กวนมั้ยหล่ะถ้าไม่ว่างไม่ต้องมาก็ได้น่ะ โอ้โหววว ก็ลองไม่ไปสิ ก็โกดอยู่ดีแล้ว จะพูดทำไมว่า ไม่มาก็ได้น่ะ เวลาเพื่อนชวนออกไปไหน บอกอืม เด๋วไปกะเพื่อนน่ะ อืม ไปเหอะ ตามสบาย ไอ้ผู้ชายมันก็ไปจริง แล้วก็ดันโกดว่า ไม่ใส่ใจติดแต่เพื่อน แล้วใครเป้นคนบอกให้กูไปได้ว่ะเนี่ย มึงต้องเข้าใจ เค้าเป็นผู้หญิงไง นี่เป็นตัวอย่างบางตอนของ เรื่องที่ว่า มึงต้องเข้าใจเค้าเป็นผู้หญิงไง คิดอะไรออกได้จะอัพในคอมเมนนท์เรื่อยๆ  แล้วเค้าก็พูดว่า ผู้ชายไม่เจ้าชู้เหมือนงูไม่มีพิษ แล้วถ้าผู้ชายอย่างเราพูดว่า ผู้หญิงไม่งี่เง่าก็เหมือนเต่าไม่มีกระดองหล่ะ คุณจะว่าไง ? ไม่เก็บกดอะไรมากมายหรอก แค่อยากให้คุณเข้าใจว่า ถ้าคุณอยากให้เค้าเข้าใจคุณ ว่า ก็ผู้หญิงก็เป็นแบบนี้ แหละ คุณก็ต้องเขข้าใจเค้าเหมือนกันว่า ผู้ชายมันก็เป้นแบบนี้แหละ เหมือนกัน มันไม่มีใคร อยากทำร้ายใครหรอก มันแค่ ว่าความเข้าใจและยอมรับของคุณมันมีให้กันได้มากแค่ไหน วาเลนไทน์ปีนี้ ก็มีแค่เพื่อน เซง เนอะ จะไปติดต่อกระทรวงไหนขอเลื่อนวาเลนไทน์ไป ซัก ธันวา ได้มั้ยกูยังไม่มี แฟนเว้ย เห้ออ ขอบคุณทุกอย่างที่เราเคยทำร่วมกันมา ขอโทษที่ไปต่อไม่ไหว ขอบคุณมากๆๆๆๆ ครับ

             

    October 01

    สำเร็จไปอีกก้าว

    หลังจากผ่านพ้นช่วงสอบที่น่าใจหายใจคว่ำก็มีสิงดีๆเกิดขึ้นหลายอย่าง เลยช่วงนี้ดีใจมากๆเดินไปไหนมาไหนก็ยิ้มมมมมมมม เพื่อนก็แซววววว งี้แหละคนมีความสุข ได้เวลาลุยงานเต็มที่ เดินทาง 12.00 ถึง กรุงเทพ 19.00 หลังจากถึงที่ ค่าย เค้าก็บอกว่าวันนี้ ถ่ายปกน่ะ เราก็อ้อครับ แต่ไม่ได้ คิดว่าจะถ่ายทันทีเลยไง ปรากฏยังไม่ได้หายใจหายคอ ก็ถ่ายกันเลย ก็แต่งหน้าเกลียดการแต่งหน้าโคตร แต่ก้ต้องแต่งน่ะ เกิดมาหน้าตาด้อย ก็งี้แหละ ต้องให้เครื่องสำอางค์ช่วย 555 พี่เค้าบอกแต่งไม่ขึ้นหรอกแกสิวเยอะเกิน เอากระดาษาทราย ขัดให้เรียบก่อนได้มั้ย หน้ากูเลือดอาบพอดี เค้าบอกว่าไม่หล่อ แล้วยังมีสิวอีก โอ้ยย เลือกได้ก็ไม่อยากมีหรอกครับ เลือกได้ ก็อยากหน้าไม่มันแบบนี้ หรอก นี่เอะอะๆ ทำไร เหงื่อออก ตลอด คนอ้วน เผาผลาญง่าย 555 ก็เตรียมตัวกันเรียบร้อยคราวนี้ก็มาเตรียมท่าทาง สิครับ  ท่าทางเป็นอะไรที่ค่ายคาดหวัง ไม่ได้คาดหวังให้เทห์หรืออะไรมากมาย แต่ คาดหวังให้ ตลกและฮาที่สุด ถ่ายปกซิงเกิ้ล ก็ยังต้องให้ ฮา จะไปไหน ฮาไป พัทลุง เหรอ เซงไปก็เอาหล่ะสิมองหน้ากัน มุขไม่เดิน เพิ่งเดินทางมุขไม่ออกเหนื่อย ทำไรก็ไม่ได้ 15 นาทีแรก เป็นไปแบบเรื่อยๆเฉื่อยๆ เพราะยังไม่ค่อยออก หัวไม่ค่อยแล่น พี่เค้า ถาม กินอะไรให้มันมึนๆก่อนป่าว เห็นไม่เริงร่า นี่พี่เห็นผมเป็นตัวอะไรเนี่ย เอาแอลกฮอล์มาล่อ โถ่เอ้ย ผมก็เอาสิครับ  55555 พูดเล่นแหมมม ลด ละ เลิก มั่งเหอะค้าบบ ช่วงนี้ลดละเลิก หลายๆอย่าง ก็สู้ๆกันไป พอผ่าน 15 นาทีแรก ไอเดียก็เริ่ม มา ก็ทำท่าฮาๆ ไปหลายอย่าง จน มาเส็ดเอาตอน 5 ทุ่ม จาก 2 ทุ่มน่ะ 3 ชม เก๊กฮาจนเมื่อย เส็ดปั๊บ ก็ มาแก้อัดร้อง คราวนี้ไม่ฮา ครับ ยากๆๆ แต่ก็ร้องแป๊บเดียว เพราะต้องเตรียมตัวไปเล่นงาน CH [V] งานนี้ก็เบื่อเพลง คัฟเวอร์เดิม(เพลงคัฟเวอร์ คือ เอาเพลงของคนอื่นเอามาเล่นในแนวของตัวเอง ซุ่งแนว ของ แททูคัลเลอร์ คือ เอามาทำให้มันง่ายขึ้น 555 หากินง่ายเหลือเกินนะเรา) เช่นเพลง รักคุณเข้าแล้ว one step closer โคตรเบื่อมากมาย และอีกอย่างเล่นวันแถลงข่าวไปแล้ว ไม่อยากเล่นวันมอบรางวัล ก็เลยคิดหาเพลงใหม่ๆมา คือเพลง ไม่อยากให้เธอไว้ใจ และ คนข้างล่าง(เพลงนี้เป็นเพลงชาติ ของ แทททู ลืมไปว่าไม่เคยเอาไปร้องงานไหน นอกจาก ตามร้านอาหารทั่วไป ) ก็เลยได้กินบุญเก่าไปในตัว แอบเบื่อนิดหน่อย แต่ก็โอเคว่ะ งานมันเร่งงานมันรีบ ตีเหล็กหน่ะ มันต้องตีตอนร้อน 555 ก็ซ้อมเส็ดได้นอนตีสามกว่า เหนื่อยมั่กๆๆๆ ตื่นเช้ามาก็เตรียมตัวไปงาน พอไปถึงงานเล่นเสร็จก็ กลับ ฟีดแบ๊คก็ถือว่าอยู่ในระดับน่าพอใจ ดีๆๆ ทุกอย่างดี รีบกลับมาขนของที่ค่าย เส็ดก็อัดงานต่อเลยยย เส็ดก็เช้า เหนื่อยมั่กมาย มีข่าวดีมากมาย อาทิเช่น
    - ตระเวนส่งซิงเกิ้ลแรกชื่อเพลง "ฝากที" ตามสถานีวิทยุต่างๆ (มีความหมายโดยนัย คือ ฝากพี่ดีเจเปิดที 55 ไม่ช่ายยยย เนื้อหา ประมาณแบบ ฝากไปบอกแฟนใหม่ที ว่าเลิกกันแล้ว ไม่ต้องหึงหรอกก จบแล้วก็จบกันไป เอาเวลาที่มาหึงผมเนี่ยไปรักกันให้ดีเถอะ)
    - Producer บอกว่า เส็ดทันขายใน งาน แฟตเฟสติวั่ล ครั้งที่ 6 นี้แน่นอน และได้เล่นในงานด้วย
    - ได้ไปแคมปัสทัวร์ ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พฤศจิกายนนี้แน่นอน ไปดูงาน พืชสวนโลก ทันป่าวไม่รู้ แต่อากาศหน้าหนาวอยากไป มช และเป็นครั้งแรกที่ออกแคมปัสทัวร์ ไกลที่สุดในชีวิตเลยด้วย
    วันนี้อัพสั้นๆๆ แค่นี้เหนื่อยแล้วและต้องรีบไปทำงานต่อให้เสร็จเพราะว่าวันศุกร์มีนัดสำคัญกับคนสำคัญ เหอะๆ ดุรูปในงานกันเถอะจ๊ะ
     
    September 17

    แฟนซีปีสุดท้าย...

    พอเขียนชื่อหัวข้อนี้เสร็จก็รู้สึกเศร้าเลย คิดตั้งนานว่าจะตั้งชื่อเรื่องว่าอะไรดีกำลังร่าเริง พอได้ชื่อนี้ปึ๊บ งี๊ดแดก ( งี๊ด เป็นพาสาโปรตุเกสตอนล่างแถวอำเภอดอนบม เป็นศัพท์ที่ท่านนโปเลียนชอบพูด แปลว่า หน้าซีด หรือเศร้าสร้อย ยกตัวอย่างเช่น กะลังเต้นๆอยู่ ร่าเริงๆ แต่เห็นแฟนเก่ากะลังกอดกับแฟนใหม่เค้า เต้นกันอยู่ อาการงี๊ดแดกจึงเกิดขึ้น) โอเค มาเข้าเรื่องกันต่อไปก่อนถึงวันงานมันเป็นปมด้อยตอนเด็กมานานว่าอยากได้สูทขาวมานานมากแล้ว ยิ่งได้ดูมิวสิค โคลด์เพลย์ เพลง A Hardest Part รึเปล่าไม่แน่จัยน่ะกะชื่อเพลงพอดี อิงค์ ไม่แข็งก็เห็นเค้าใส่สูทขาวเสื้อข้างในสีแดง ยิ่ง ตึ๊ด ๆๆๆ(ตึ๊ด เป็นพาสา เม็กซิโกตอนกลาง แปลว่า สะกิดใจ )ก็เลยคิดคอนเซปอยากแต่งตัวแบบนี้ ไปงาน เพราะปีนี้ปีสุดท้ายแล้วจะจบแล้วใ ห้กูได้ทำอะไรเหมือนเป็นคน กะเค้ามั่งเหอะ ก่อนอื่นขอไล่ประวัติให้ฟังก่อนว่าทำไม ถึงตั้งใจแบบนี้ ตอนปี 1 ใส่สูทของแม่ กะเสื้อคอเต่าของแม่ สีพีช อร่าม ทำไมต้องใส่แบบนั้นน่ะเหรออออ เพราะคุณแม่ขอร้อง  55 แม่เลือกมาไว้แล้ว มันต้องเป็นแบบ นี้ เค้าบอกสมัยนี้เค้ากะลังนิยม เค้านิยมแบบไหนนว้ายังไม่เคยเห้นใครใส่เลย งง เลย คุนแม่ผมชื่อปิยพร คุนปิยพร เป็นคุณแม่ที่ทันสมัยมาก เธอเป็น ครูบรรณารักษ์ ที่ติดตามข่าวสารบ้านเมือง และมีความเป็นเผด็จการในตัวสูง มีความเอาแต่ใจ และขี้งอนแม้กระทั่งวัยจะล่วงเลยมากมากแล้วก็ตาม ทำไงได้อ่ะครับ แม่ผมเตรียมชุดไว้แล้ว เพราะว่าเราโทรไปหาเค้าตั้งแต่กลางอาทิตย์เรื่องเครื่องแต่งตัว แม่บอกไม่ต้องกลัว เด๋วแม่จัดห้ายยย เราก็บอกเยี่ยม กะว่า แม่เตรียมเนี่ยเจ๋งแน่ๆ กลับบ้านมาเห็นชุด ล้มทั้งยืนครับ ไม่เป็นไรครับก็ต้องใส่แหละจะเสียน้ำใจคุณแม่อีกอย่างไม่มีเวลาแล้วครับอีก 2 ชม งานเริ่ม พอใส่เส็ด คุนปิยพร เดินมองรอบตัว แบบ พินิจพิเคราะห์ แล้วก็พูดว่า แม่ว่ามันยังขาดอะไรไปน่ะ เท่านั้นพี่แกเดินไปหยิบผ้าเช็ดหน้าลายลูกไม้หวานแหววจ๋ามาพับเป็นรูป สามเหลี่ยม ยัดใส่กระเป๋าเสื้อ โอ้โหวววว ดิมร้องลั่น บอกว่า แม่นี่มันของผู้หญิงน่ะ นี่มีแค่กางเกงอย่างเดียวเลยน่ะที่ดิมไม่ได้เอาของแม่มาใส่ แม่ บอก เออ เอาน่า
    สมัยนี้กำลังนิยม อีกแล้ว เอะอะ สมัยนี้กำลังนิยมอีกแล้ว ก็หยิบเก้าอี้หน้ากระจกมาตั้ง ดิมถอยผงะ มา 1 ก้าว ถามว่า แม่ แม่จะทำอะไรหน่ะ แม่ตอบทันควันบอกว่า แต่งหน้าไง เราก็ เฮ็ยยยยยยย ไม่เอาๆๆๆๆๆๆๆ เพราะเป็นคนที่เกลียดการแต่งหน้ามาก  มันเหมือนรู้สึกว่า ยิ้มไม่สะดวก เหมือนมีอะไรมาดึงไว้พูดจาไม่ออก ริมฝีปากเหมือนโดนเย็บติดกัน กินอะไรก็ต้องระวัง พอซับหน้าแป้งหล่นลงมาเป้นกิโล เพราะหน้าสิวเยอะไง  ยังไม่พอตอนล้างออกนี่ทรมานขั้นสุดยอดอ่ะ มันเหมือนกับ เหมือนกับปิงเกาะทั้งหน้าอ่ะ ดึงออก ยากๆ ถูๆๆๆๆๆๆๆ ไถๆๆๆๆๆ เหว่ยยยย ไม่อยากคิดเลย แต่คุณปิยพร กดไหล่ลงเพื่อให้นั่ง จบกันครับชีวิตอธิบายอะไรไปไม่เคยจะฟัง เค้าก็บอกว่าแต่งตัวดีแบบนี้ไม่แต่งหน้าได้ไง โอ๊ยย หมดคำพูด สมยอม แต่งเส็ด ลืมตาขึ้นดูกระจกโอ้วววววว นี่เค้าแต่งสไตล์ไหนของเค้าเนี่ย จะหวานไปไหน หันหน้ากลับไปถามแม่ ว่า แม่นี่มันหวานเหมือนผู้หญิงมากเลยน่ะ แอบคิดในใจอุ้ยกูสวยเนาะ วึ๊ย ขนลุด เท่านั้นแหละแม่อ้าปากปล่อยท่าไม้ตายทีเด็ด เอาน่า สมัยนี้เค้ากะลังนิยม เอาอีกแล้วสิ คำนี้อีกแล้ว แทบร้อง เถียงก็ไม่ได้ เค้าอ่านหนังสือเยอะกว่า พอบอก ไม่เคยเห้นเลยน่ะแม่ที่แม่บอกว่าเค้านิยมเนี่ย แม่บอกว่าคนไทยมันยังตามฝรั่งไม่ทันก็เพราะงี้แหละ โอ้ เจอดอกนี้เข้าไปใครจะเถียงหล่ะพี่ โอเคชุดกะหน้า พร้อม กะลังจะไปใส่ร้องเท้า เปิดประตูห้องปั๊บ เสียงตะโกนตามหลังดังลั่น บอกว่า เด๋ววววววววว มานี้ก่อนยังไม่เส็ดอย่าเพิ่งไป
    ในใจก็คิดว่ามีอะไรอีกกกกกกกก เดินกลับมาหน้ากระจกบอกว่า ดิมผมดิมยังไม่เซทเลย จะไปได้ไงลูก ตอนสมัยปี 1ไว้ผมยาวไง อยาก เซอร์ไง อยากเท่มั่งไง อยากให้ผมมันทำให้เครื่องสำอางค์ที่แต่งหน้าดูด้อยลงมั่งไง ไม่ได้ครับคุนปิยพรหันไปหยิบสเปรย์มาปั๊บ จับกดไหล่นั่งลงอีกแล้ว บอกหลับตา น่ะลูก เด่วสเปรย์เข้าตา เราก็เห้อออออออ เอาเลยๆๆๆๆๆๆ เอาให้เต็มที่เลย เหมือนเล่นแต่งตัวตุ๊กตาเลย พอลืมตาขึ้นมาเท่านั้นแหละ เธอเอ้ยยยยยย นึกว่าดูหนังเรื่อง เกย์ พาวเวอร์ หวีเป๋ ปาดข้างเรียบแป้ หมดครับ อันนี้พูดอะไรไม่ถูกเลย 55 จุกจิงๆ ถ้าจะเถียงไปกูเจอแน่ สมัยนี้เค้ากะลังนิยม โอเคว่ะ เด๋วค่อยไปล้างออก เหมือนแม่อ่านใจได้ แตะไหล่กดให้นั่งลง บอกว่าหล่อแล้วลูกอย่าไปล้างออกน่ะ บ๊ะ ทำไมรู้ ไม่งั้นเค้าจะเรียกแม่กับลูกกันเหรออออ คุนปิยพรอาสาเป็นโชว์เฟอร์ขับไปส่งที่งาน โดยระหว่างขับรถ สายตาก็ ดู ทั้ง ถนน และ ดูผมของดิม ตลอดทาง กลัวดิมมันจะยีออก ดิมเหรอ ครับ ดิมก็นั่งหน้าบูดทำใจเตรียมเจอเพื่อนล้อในงาน แน่ๆ ไปถึงเพื่อนๆ ก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับ โดน ครหา ว่าเป้นเกย์ทั้งงาน เด๋วจะเอารูป มาโชว์น่ะครับ พอมา ปีสอง ปีสองเริ่มไม่คอ่ยมีกิจกรรมยุ่งเกี่ยวกะทางคณะเท่าที่ควรเพราะว่าเริ่มทำงานกลางคืนเป็นคนเต้นกินรำกินมาตั้งแต่ปี 1 เทอมสองแล้วแต่ ปีสองเนี่ยหนักสุดเลยไม่ได้มีเวลาให้คณะเท่าไหร่ รู้แค่ว่ามีของกินฟรีที่ไหนมี ดิมที่นั้น ตามฉายา ตลกแดก 555 ก็ไปตามเกมปีนี้ คอนเซป ยีนส์ไนท์ กูไม่หรูแล้ว ไม่โทรบอกคุนปิยพรด้วย เอาว่ะ แต่งลวกๆ ไปเพราะกินเสร็จก็ต้องไปร้องเพลงเหมือนเดิม ก็ได้ เสื้อห่านคู่ขาวกะยีนซีด ปีนี้ พิเสด ตรงที่ต้องขึ้นไปแสดงบนเวทีด้วยซ้อม 1 วัน ก่อนแสดง ต้องขึ้นไปลิปซิงค์เพลง พี่นภ ผมแอบชอบคุน โฮ้โหววว ถนัด ชอบๆๆ ร้องไปตเนไป ร้องผิดไม่มีใครจับได้ด้วย 555 ไปถึงงานเค้าหรูกันหมด ทุกคนมองด้วยสายตาเหยียดหยาม ไอ้ห่านี่ มันมาจากไหนว่ะ ยีน ไนท์ ก็ ยีน จิงๆ ไม่มีห่าไรเลย 555 ถึงหลังเวทีเพื่อนมอง จากหัวจดเท้า แล้ว ถาม นี่ มึงจะมาเป็นเสก โลโซ หรือ นภ พรชำนิว่ะ ชิบหายสิครับ เพื่อนก็ให้ไปหาสูท ไปหาไหนก็ไม่มีใครให้ยืม พอดีไปเจอเพื่อน คนนึง สูงราว ๆ 180 ก่า ตัวใหญ่อ้วนด้วย เป้นคนใจดีด้วย เพราะเป้นคนเดียวที่ให้ยืม ครับ แต่ ช้าก่อน ยืมไรหล่ะ ยืม ทักซิโด้ ครับ โฮ้วว พระเจ้า ทักซิโด้ คือสูท แต่มันมีหางข้างหลังไงครับ เหมือนเพนกวินใส่อ่ะ โอ้วโหหห ผมว่าเป็นการปฏิวัติวงการแฟชั่นเมืองไทยอย่างร้ายแรง หลับตาแล้วนึกภาพตามน่ะครับ กางเกนยีนน้ำเงินซีด เสื้อในสีขาว ร้องเท้าคอนเวิร์ส เน่าๆไม่ได้ซักสีขาว แต่ๆๆๆๆ มาตบด้วย ทักซิโด้ โอ้วว โหววว ช๊อกวงการครับ มันไม่แมทช์กันอย่างยิ่ง ทุเรศมากกก แล้วเสื้อตัวใหญ่ๆ โคร่งๆ ของเพื่อนใจดี โอ้วว แล้วตัวเองก็เตี้ยๆ เหมือนกับห่มผ้าห่มเลยยย มองเวลาชิบหายยยย จะเล่นแล้วทำไรไม่ได้ วิ่งขึ้นเวทีชุดนั้นแหละเพื่อน ทุกคนหันมา พูดเป้นเสียงเดียวกัน กูว่ามึงถอดน่าจะดีกว่าน่ะแต่คนอย่างดิมอายใครที่ไหน 5555 ก็ลิปซิงค์มันไปทั้งๆอย่างนั้นแหละ กล้องจับมาที่พี่นภ เสียงสนทนาดังอื้ออึงก็หยุดลง ทุกคนคิดว่าไอ้ห่านั่น ตัวอะไรแล้วมันไปทำอะไรบนเวที กะว่า ร้องเพลง พี่เสกแน่นอนจากการแต่งตัวหลุดๆรั่วๆ พออินโทรขึ้น เสียงฮาทั้งหอประชุมก็ตามมา โฮ้วววว จบกันซักที พอมาถึงปีสามงานเฟรชชี่ไนท์ ปีนี้ สุดๆครับ เป็นที่จดจำของหมู่มอตรสหายเพราะมีเหตุการหลากหลายเหลือเกิน คอนเซปงานคือ คัลเลอร์ฟูล คิดภาพไว้ในหัวว เด๋วไปหาซื้อเสื้อผ้าตอนเย็น โทรศัพท์ดังขึ้น เสียงชวนกันไปลั่น ล้า ตั้งแต่เที่ยงก็เกิดขึ้นน เราก็ไม่อยากขัดเพื่อน เพราะก็อยากเหมือนกัน 55 ก็ไปครับ ปรากฏ ไปเหมือนกันครับ แต่ไปลัล ล้า ที่เขื่อน ซึ่งห่างจากตัวเมือง 40-45 กิโล โอ้ววโหวววว ความฝันนน ที่ จะหล่อกู หมดไปอีกแล้ววว แล้วไม่เท่าไหร่ ลั่น ล้า ตั้งแต่เที่ยงงานเริ่ม 19.00 คุณคิดดูสิครับสภาพมันจะเป็นยังไง ก็เมาทิ่มเลยดิครับ ตอนแรกกังวลอยากหล่อ อยากแต่งตัวดี พอไม่มีสติแล้ว อะไรก็ได้ แต่งยังไงก็ได้ เอา เถอะ กูหิว ไม่แคร์โลกกลับไปห้องเพื่อนเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะไม่ไหวทั้งเหม็นเหงื่อกะเหล้าผสมกัน พออาบกันเส็ด ก็ยังดีน่ะที่มีสติคิดได้อยู่ว่าคอนเซปคือคัลเลอร์ฟูล ตอนนั้นชอบที่จะแตกต่างแล้ว ก็คิดๆๆๆๆ ทำไงดีๆๆๆ หันไปมุมห้องเจอกล้องของแถมที่มาจากบ้านเพื่อนเพราะบ้านเพื่อนขายของ เปิดลังดู เจอเสื้อเนสกาแฟ สามสี โอ้วโหวว เข้าทางเพราะทั้งตรงคอนเซป ทั้งหิว ทั้งรีบ บังคับเพื่อนใส่เลยครับ ไม่พอใส่กางเกงขาสั้นรองเท้าแตะ จะเซอร์ไปไหน คิดไง ว่า เป็นไง กู เซอร์ มั้ยไปถึงงาน เพื่อน บอกนี่ไม่เรียกเซอร์ นี่เรียก ขาดสติใรการแต่งตัว  555   คิดดูครับงานนี้หรูหรามากมาย ผู้ชาย 5 คน ตาเหม่อลอยบ้างก็มีเดินไม่ตรงบ้างกลิ่นละมุดตุ่ยๆ นิดๆ ยิ้มมาแต่ไกล ทุกสายตาจับจ้อง โอ้โหห อายมาก ดีน่ะเค้าไม่เรียกบอกว่าน้อง พี่ ขอ น้ำแข็งถังนึง คือ แบบห่วยมากมาย ก็อับอายกันไปเพื่อนไม่กบล้าเข้าใกล้ไม่มีใครอยากถ่ายรูปด้วย เดินไปป่วนโต๊ะนั้นโต๊ะนี้ จนเค้ารำคาญกันหมด เห็นรึยังครับ ว่าปีนี้เฟรชชี่ไนท์มีความสำคัญ กับผมมากแค่ไหน เริ่มด้วยพาคุณปิยพรไปจ่ายเงินตัดสูทให้ เพราะไม่งั้นอาจจะได้ดีไซเนอร์ที่เค้ากำลังนิยม แบบ ตอนปีหนึ่งอีก หาซื้อเสื้อยืดและก็ ออพชั่นต่างๆ ก่อนวันงาน 2-3 วัน ลดน้ำหนักช่วงนึง เอาว่ะปีสุดท้ายแล้ว ขอซักวันเหอะ ว่ะ ก็ได้สูทขาวกับกางเกง รองเท้าหนัง เสื้อยืด แว่นตา ปีนี้ ไหนๆ จะเปลี่ยนแล้ว อยากเปลี่ยนลุค จากคน ตลก เป้นคนเข้มๆ ขรึมๆ ก็เลยใส่แว่นตี๋ใหญ่ทำหน้าดุๆ สังเกตดุรูปจะไม่ยิ้ม เพราะเป็นคนไม่ตลก 555 ไปถึงงานสลับกันครับปีสี่เค้าไม่ค่อยมีคนแต่งตัวหรูหราเหมือนปีก่อน คือประมานว่า ไอ้บ้านี่มาไง มึงแต่งซ๋ะหรูเชียว โดน อีกสิครับ เห้อออ รู้ตัวเมื่อสาย ก็โดนสายตางงๆ กันไป ประมานว่า มึงมาไงเนี่ย บางคนบอกว่ามึงอยากเด็ก บางคนบอกว่ามึงอยากแก้ตัวจากปีก่อนเหรอ บางคนบอกว่าไม่ต้องรีบแต่งหรอก ปีนี้อาจจะยังไม่จบพร้อมเพื่อน บางคนบอกว่าเจ้าสาวหายไปไหนหล่ะ ผิดตลอด กูผิดตลอด แต่ก็ดีครับ ก็ไปขอถ่ายรูปๆๆๆๆๆ เยอะแยะมากมาย เท่าที่เอาให้ดู กัน พอเสร็จจากงานก็ไป ลัล ล้า กันต่อ ที่ผับเดิมๆ นึกว่าไปเรียนครับ เพราะเข้าไปเจอแต่เพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่คณะเกือบจะทั้งร้านเลย โอ้วโหวว ก็ งี๊ดแดก กันไปก็สนุกสนาน เฮฮา ตามประสา ดิม ดิม
     
    - รูปงานเฟรชชี่ปีต่างๆของผม ก็อยู่ท้ายๆน่ะครับดูแล้วกันฮาดี ยกเว้นตอนปีสองไม่ค่อยว่างถ่ายเท่าไหร่ 55
    - ปีนี้ก็จะจบแล้วภาพแบบนี้คงจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว พูดแล้วใจหาย มากจิงๆ อันนี้ ซีเรียส 55
    - ขอบคุณ ใครซักคนบนโลกนี้ที่ประดิษฐ์กล้องขึ้นมาให้ได้ถ่ายกัน จะได้เก็บความทรงจำได้นาน โชว์ลูกหลานได้ว่า ตอนปู่มึงหนุ่มเนี่ย  เฟี้ยวแบบนี้แหละ ให้หลานอาย 55
    - ขอบคุน คุนปิยพร  ที่เป็นห่วงเป็นใย ที่ออกเงินและการเป็นดีไซเนอร์ประจำตัว ในการแต่งตัวของลูก และสำคัญจิงๆเลยคือคำว่า
                                                       
                    สมัยนี้เค้ากำลังนิยม
     
    September 03

    ยกของหนัก

    โอ้วโหหหหหหหหหหห ไป กท คราวนี้งานเยอะมากมายเอาเรื่องแรกกันก่อน มีนัดอัดร้องตอน บ่ายวันพุธ เนื่องจากหักโหมหนักจากคืนวันอังคาร ยกของหนักมากไปหน่อย เสียงก้เลยไม่มี ถามว่ายกของหนักทำไมไม่มีเสียง เพราะยกเพียวไง 5555 พูดเล่นจริงๆ แล้วไม่ได้ นอนมาทั้งคืนเพราะต้องทำรายงานส่งแล้วก็งานเก่าๆ ที่ค้างคา พอกหางไว้ ก็ต้องมานั่งสะสาง พอไปถึง พี่เจ (โปรดิวเซอร์) มองหน้าแล้วถามว่า นี่ มึงโอเคมั้ยเนี่ย แบบ หน้าตา บ่งบอกว่าโทรมมาก ไอ้เราก็เกรงใจอุตส่าห์นัดพี่แกไว้แล้ว ก็เลยบอกว่าพี่ครับผมไม่ไหว 5555 แกก็ บ่น ไอ้ห่า เอ้ย บอกให้นอนเยอะๆ ก็เลยยังไม่ได้อัดเสียง  มีแค่ซ้อมเพื่อจะเล่นงานวันพะรึหัดเฉยๆ  เพราะว่าวันพะรึหัด เรามีงาน VJ Search ของ Ch [ V ] ต้องไปเล่น แบบ อะคูสติก ใน พิธีเปิดงานแถลงข่าว แต่ก็เล่น ขำๆ 2-3 เพลง ก็มีเพลงไม้ตายของพวกผมเพราะขี้เกียดซ้อม 55 ยังไงซ่ะ มนต์ของเพลงรักคุณเข้าแล้ว ก็ยัง ทำให้ผมรักเพลงนี้ไม่หายซักที ถึงแม้จะไม่มีใครที่ว่าแบบในเพลงนี้ก็เถอะ พอเสร็จจากงานพวกเพื่อนๆในวงก็แยกยย้ายกันกลับ ทิ้งกูไว้คนเดียว เปล่าเปลี่ยวใจ โชคดี มีเพื่อนๆที่กท ตั้งหน้าตั้งตารอสังสรรค์กันอยู่ ความชิบหายมาเยือนสิครับ พี่เจ นัดอัดร้องวันศุกร์ ตอนบ่าย ตื่นมาแฮงค์ตามคอนเซป เจ้าหนูจอมแฮงค์ ไปอัดเสียง จะเอาเสียงจากไหนให้เธอหล่ะจ๊ะ ก็ไปนั่ง บิวท์ๆๆๆๆ กินน้ำร้อน วอร์มเสียงๆๆ ไปเรื่อยๆ สรุปว่า วันนั้น ใช้เวลาในการ อัดเพลง ฟ้า ทั้งหมด 6 ชม ครึ่ง. เพลงๆเดียว 6 ชมครึ่ง บ้าไปแล้ว เหอๆๆๆ รุ่งเช้าวันเสาร์ มีงานที่ต้องไปเล่น เปิดให้ เลม่อน ซุป ที่ดีเจ สยาม ที่คัญ พอดิมอัดเสียงเสร็จ ดิม เครียดมาก ดิมเลย ลัล ล้า เกินไป เลยหายยยยยยยไปเลย ไม่ได้ไปซ้อม โดนเพื่อนประจาน ตื่นยังคงรักษาฟอร์ม แฮงค์ไว้ได้อย่างต่อเนื่อง 555 ไปเล่นดีเจสยามแดดร้อนๆ แฮงค์ ๆ ทั้งยังต้องขนของและซาวด์เช็ก อีก แทบบ้า กันไปเลยคราวนี้ แต่ไม่ได้ คนดูเยอะๆๆๆๆๆ ต้องตั้งใจทำออกมาให้มันดี ก็เลยผ่านพ้นไปได้ด้วยดีหอบจับกันไปตามๆกัน มีหลุดมีผิดบ้าง ขอโทดค้าบ วันหลังผมจะไม่ขาดซ้อมแล้วครับ พอเล่นเสร็จก็ไปลั่ล ล้าต่อ แต่จองตั๋วรถ 6 โมงเช้า แต่เสือก ลัล ล้า หนักไปหน่อยเกือบตกรถกะไอ้ต้อง ดีนะมัน ปลุก ผมก็หลับเป็นตาย หลับที่นครชัย ที่ กท ตื่นมาอีก ที แมคโคร ขอนแก่น โว้วววว และด้วยการรักษาฟอร์มอย่างต่อเนื่อง ผมก็แฮงค์อีกแล้ว สิคร้าบบบบบ ขอบคุนสำหรับเพื่อนๆ ที่ไปดูกันขอบคุน ความฮากริบ เสียงตบมือ รอยยิ้ม และก็เจ้าของงานต่างๆที่ให้โอกาสเราไปเล่น เจ้าของค่ายที่ป้อนงานให้อยู่ตลอด พวกคุณไม่รู้หรอกว่าคุณให้โอกาสเด็กกลุ่มนึงได้เดินทางไปตามความฝันของเค้าได้ไกลแค่ไหน
     
    - ขอบคุน พี่พิม และ น้องแก้ว สำหรับรูปภาพสวยๆ อุตสาห์สละเวลามาดู Lemon Soup ก้เลยได้ถ่ายภาพเราไปด้วยในงานต่างๆ 55ขอบคุนมากๆ จาก Tattoo Colour ทั้งวง
    - คราวนี้ อัพน้อยหน่อย เพราะ ยังมึนๆ 5555
     
        
    August 24

    เลยยี่สิบมาหนึ่งปี

    อัพเดททุกเรื่องราวข่าวสาร คราวนี้มีเรื่องแยะเยอะ เค้าว่ากันชีวิตนี้ ปัญหามันเยอะเรื่องมันแยะ ทำอะไรลงไปมันต้องเกิดปัญหา มันขึ้นอยู่กับว่าเล็กหรือน้อย รับได้หรือไม่ได้ อังคารที่ผ่านมา คือวันที่ 22 ส.ค. ได้โอกาสไปงาน Channel [ V ] เพื่อไปอวยพรในวาระครบรอบ 10 ปี ของช่องเค้า ก่อนจะเล่าต่อขอระบายความเหนื่อยก่อนน่ะ คือวันศุกร์ที่ 18 ส.ค.ผมอยู่ กท เพื่อทำการบันทึกเสียงในอัลบั้มของผมจน ถึงวันอาทิตย์ผมต้องนั่งรถกลับมาเรียนคาบบ่ายโมงวันจันทร์ ที่ 21 ส.ค.ดังนั้นจะต้องขึ้นรถกลับ 6 โมงเช้าถึงนี้เที่ยงแล้วไปเรียนให้ทันเส็ดแล้วนอนบ้าน 1 คืน เที่ยงต่อมาจะต้องกลับไป กท เพื่อไปงานวันเกิดชันแนล วี ที่ว่าเนี่ย เหนื่อยโคตร พอไปถึงสมอลรูม ดีดีที มาสัมภาษาณ์วงผมเพื่อจะไปลงในเดือนตุลาคมต่อไป เอาเข้าไปยังไม่ได้พักเลย สัมภาษณ์เส็ดแต่งหน้า ไปงาน Ch. V เลยแบบเฮ้ยให้กูได้หายใจหน่อยเหอะ ไปถึงปั๊บก็ถ่ายรูปหน้างาน กะใคร รู้มั้ย กะขวัญใจเด็กบ้านนอก ที่ไม่เคยออกสังคมอย่างเรา กะวีเจ วุ้นเส้น สวยเหี้ยๆ แต่เอ็กซ์เวอร์ๆ ยืนใกล้เนี่ยขนลุกเลยอ่ะ ปวดขี้      ไม่ช่ายยยยยยยยยย  ตะลึงความสวย แล้วเหนื่อยแล้วไง ทำไรดีก้ต้องหา น้ำกิน ชั่ยป่ะ ภายในงาน ก็มีตั้งแต่ กระป๋องสีเขียว เขียนว่า ไฮเน อะไรซักอย่างแหละจำไม่ได้ ไม่ค่อยกิน ไปจนถึงเหล้าขวดดำๆเขียนว่า แบล็ค อะไรซักอย่างแหละไม่เคยเห็นมาก่อน ก็เลยลองดื่มดูความชิบหายมาเยืนเพราะยังไม่ได้กินข้าวเหนื่อยเดินทาง กินไป 4-5 แก้ว ความเมาถามหา ถามว่าเห็นดิมมั้ยกูกะลังจะมาทักทายมัน ชิบหายสิครับมีสัมภาษณ์ออกอากาศ ที่สำคัญ สดดด้วย ครั้งแรกในชีวิต ตื่นเต้นมากแล้วก็เสือกละโมบ กินไปเยอะ 555 แต่ สัมภาษณ์ไม่นาน น่ะ 6-7 นาที ค่ายอื่นเค้าส่งตัวแทนมา ค่ายละวงสองวง สมอลรูม ส่งไป 6 วง คิดดูสิครับ ในห้องส่ง เล็กๆ โอ้โหหห เหมือน สัมภาษณ์ทีมฟุตบอลและตัวสำรองเลย 17 คนครับ เยดดดดดดดดด เยอะไปไหน เยอะไปบางแสน รึป่าว 555 พอถึงปั๊บ ด้วยคอนเซปเดิมยังไม่เปลี่ยนแปลงคือก่อนมา เจ้าของค่าย บอกว่ามึงต้องตลกน่ะ อีกแล้วไง สัมภาษณ์ก็ยังไม่แคล้วให้กูตลก อีก ได้ๆๆๆ แทททู ก็เหนื่อยสิครับ คิดมุข ไม่ออกอีกแล้ว ก็ได้ มุข ฝืดๆ ไป 4-5 มุข งานจบลงก็มานั่งกินน้ำที่ว่าต่อ ก็เมาสิครับ ก็กวนตีนคนอื่นไปเรื่อย เจอศิลปินมากมายภายในงาน แต่พอถึง 1 เหตุการณ์สร่างเลย เมื่อพี่มอส ลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามา เดินเข้ามา แล้วยกมือยึ้น ทำหน้าไม่พอใจ แล้วบอก ว่า พี่ครับผมไปแล้วครับ สวัสดีครับ แล้วก็ยิ้ม แล้วก็ไหว้ โอ้ววว เยด เกิดมา ใครจะคิดว่ามอสจะไหว้กู เค้านิสัยดีสมเป็น ซุปเปอร์สตาร์มาก ไหว้ทุกคน เหลือแต่คนขายลูกชิ้นหน้างานอ่ะที่ไม่ไหว้ มือไม้อ่อนเจอใครไหว้หมด โถถถถๆๆๆๆ พ่อคุณ ช่างเป็นคนดีงาม 555 เส็ดปั๊บพอรถตู้ของผมมารับ ก็ชวน พี่ๆ ที่ชันแนลวี ไปกินกันต่อที่สมอลรูม เพราะว่าเป็นวันเกิดผม จะมีกินกันต่อที่สมอลรูม ทุกคน เต็มที่ เฮ้ยวันนี้วันเกิดไอ้ดิม กินเว้ยๆๆๆๆๆ มาถึงค่ายกลับกันหมดเหลือพวกผมอยู่ สี่คน แย่จริงๆ เซงกันไป ไม่เป็นไร ตราบใดที่หมาไม่ปฏิเสธกระดูกฉันใด ดิมก็ไม่ปฏิเสธเหล้าฉันนั้น 5555 คิดได้ไง ว่ะ ก็กินๆๆๆ กันไป ตีสองครึ่งพวกพี่ๆ จาก ชันแนลวีก็มากัน เอาแล้วไง มาไรตอนนี้ กูเมาแล้วววววว มาถึง ก็ เอ้า แทททู เปิดคาเฟ่ได้ สั่งอีกแหนะ ชีวิตแกคงจะเครียดกันจริงๆ ทำไงหล่ะครับกูไม่ใช่ตลก น่ะ จะคิดกันได้ สดๆ แกเลยบอกว่างั้นเอากีตารืมาร้องเพลงให้ฟัง เอออ อันหลังนี้ เข้าท่า ไม่ต้องเครียดเท่าไหร่ ร้องไป ได้ เพลงแรก แกเริ่มรีเควสต์ แล้วไง เอาแล้วดิ เดือดร้อนไอ้รัฐคิด อีก คราวนี้เป็นเพลงพวก ซิลลี่ฟูล บอดี้สแลม และอื่นๆอีกมากมายก็เหนื่อย กันไป และ ก็กลับไปนอนคอนโดผมกับไอ้รัฐ รอขึ้นรถกลับ รอบเที่ยง อยู่ยังไม่ถึง 24 ชม เลย ก็จะกลับแล้ว เห้อเหนื่อย มาถึงขอนแก่นถิ่นแคนดอกคูณก็ตอน 6 เยนเกือบทุ่มเอาสิครับ วันเหล้าใหญ่ นี่หว่า วันเหล้าใหญ่นี่หมายถึง คล้ายๆ วันพระใหญ่ เพราะ กินกันบ่อยๆ อยู่แล้ว จึงเป็นวันพระธรรมดาแต่ที่ไม่ธรรมดา คือวันเกิดผม ไง ชิบหายดิครับ ด้วยความเป็นแฟมิลี่แมน ก็ต้องไปทำธุระกินข้าวกับที่บ้านก่อน มื้อใหญ่มากๆ อิ่มมากมาย พุงกาง แล้วไงหล่ะครับคราวนี้ เพื่อน 7 คน สนิทสุดในชีวิต รออยู่ที่ เติมรมย์(ร้านเหล้าบรรยากาศดีมาก เพลงเพราะมากๆ ด้วย) เป็นเพื่อน ที่สนิทสุดๆๆๆๆๆแล้วจิงๆ คือ รัฐ ตง ต้อง ไก่ จัย บิว ต๋อง เอ็ม ทำไมนับได้ 8 เพราะ ไอ้ห่าเอ็มมาทีหลังมันทำงานเส็ดมันถึงตามมา พอไปถึงที่ร้าน โอ้วโหววววววววววว ขวดแสงโสมเปล่า 1 ขวด และที่เหลืออีกครึ่งอีกหนึ่งขวด แจ๊คดาเนียล 1 ขวด นโปเลียนอะไรไม่รู้อีก 1 ขวด พอน้องๆนักดนตรีที่ร้านรู้ว่าวันนี้ วันเกิดผม ก็เอาเหล้าแสงโสมมาให้อีก 1 ขวด นี่เห็นผมเป็นอะไร กันเนี่ย พวกนี้เค้ากินกันตั้งแต่ สองทุ่ม ผม มาสี่ทุ่ม เมากันเกือบจะหมด มาถึง โดน ซ่อมสิครับ มาช้าน่ะเจ้าของวันเกิด จัด เพียวมา เกือบเต็มแก้วยาว เกินครึ่งมาหนึ่งส่วน โหวววววว ไม่ผสม เลย มีแค่ น้ำแข็งสองก้อน กินแบบ ฝรั่ง แต่เหล้า แสงโสมน่ะจ๊ะ เธอ 555 ก็ วาบๆๆๆๆ สิครับ กินเส็ด ก็ดำเนินการกินไปเรื่อย จนเมาตายกันไปทุกคนครับ ตื่นเช้ามาเลยมานั่งอัพสเปซ
     
    - ขอบคุณเพื่อนทุกคนที่มางาน มึงคือเพื่อนที่ แบบ เอ่ออ ที่ เอ่ออ ไม่รู้จะพูดไง เพื่อนรักแม่งก็คือเพื่อนรักแหละ
    - ขอบคุณของขวัญทุกชิ้น มี ตั้งแต่ ตั๊กแตนสาน การ์ดอวยพร กล้วยไม้สวยๆ เหล้าแจ๊คหอมๆ เหล้านโปเลียนแปลกๆ แสงโสมจากน้องๆ และก็ใจจากเพื่อนๆ 55 
    - ขอโทษคนที่อ่าน แล้วไม่ได้ชวนมา น่ะคับ ตังไม่ค่อยมี มีแค่ 1500 เอง รอผมรวยก่อนน่ะครับ
    - ปีนี้ก็ยังไม่มีคนพิเศษมาร่วมงานอีกแล้ว เห้อออออออออออออ      
    - อ้อ สำหรับใครที่บ่นๆ เรื่องอ่านยาก ผมไม่เปลี่ยนอะไรนะ ครับ ใครอยาก สบายตาขึ้น ก็มองขึ้นไป ตรงกรอบข้างบน คลิกที่ View > Text size > Largest ออาจจะช่วยได้นิดหน่อย แต่ผมจะไม่แต่งอะไร ในสเปซผม นอกจาก อัพรูป และพิมตัวหนังสือ ตามตอนแรกที่ให้มา 
    August 10

    ดนตรี ซี้ ตลก

    ผ่านพ้นไป อีกหนึ่งงานใหญ่ของค่าย Smallroom ที่จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว 6 ศิลปินเลือดใหม่ที่จะวางขายเสียงกันภายในปี 2006 นี้จัดได้ล้ำพอสมควรที่นำเอาคอนเซปแฟชั่นและดนตรีมาผสมกันด้วยต้องการจะสื่อว่า เหมือนสมอลรูมเป็นผู้ผลิตเสื้อผ้า และศิลปินต่างๆเป็นเสื้อผ้าในคอลเลคชั่นใหม่ที่สมอลรูมจะวางขาย งานนี้ เลยฮาครับ จับเอาศิลปินมาเดินแบบกันเองซ่ะเลย เป็นไง แน่นอนครับเล่นเอาเหนื่อยทั้งซ้อมมุข(เฉพาะ tattoo colour วงเดียว) ซ้อมดนตรี ซ้อมเดินแบบ ลองเสื้อผ้าที่จะใส่เดิน ซ้อมตอบคำถาม ยังกะนางงาม 55 ด้วยจุดขายของ tattoo colour คือตลก ครับ คือ มึงตลกไป ตลกให้ ตายกันไปข้าง เพราะ เรื่องหน้าตา เสียงร้อง ฝีมือดนตรี ที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ทำให้เจ้าของค่ายต้องวางคอนเซป มึง คือตลก แล้วกัน เพราะไม่รู้จะเอาจุดเด่น อะไรไปขายเค้า พวกผมก็ยิ้มรับคำสั่ง เริงร่าสำราญใจงูไก่กา กันไปเพราะทั้งสี่คนนี้มันก็พอจะมีจุดนี้มากมายกันอยู่แล้วทุกคน และความเป็นเพื่อนซี้กันมาตั้งแต่ มัธยมปลายยิ่งทำให้การรับส่งมุข ของพวกเค้ามีความชำนาญการ มากขึ้นเรียกได้ว่ามองตารู้ใจ คน...รู้กัน เหอะๆ เอากับเค้าสิครับเล่นมา 6-7 เวที แล้วมุขที่ปล่อยออกมามันเริ่มหมด มันเริ่มฝืด มันเริ่มซ้ำ คนดูเริ่มจับทางจนแทบจะพูดแทนได้อยู่แล้ว ชิบหายแล้วไง คอนเซปที่วางไว้ ว่ามึงคือตลก เริ่มเจือจาง ลงไปทุกที งานนี้เสือกเป็นงานใหญ่อีก สื่อมาเพียบ หน้าที่คือจะต้องประกาศกร้าวไว้ชัดเจนว่า กูคือ นักดนตรีที่สามารถเล่นตลกไปด้วยได้ เจ้าของค่ายและพี่ๆเพื่อนๆในบริษัทตั้งตารอคอย ว่ามึงจะทำยังไงต่อไปกับชีวิต แทททูยิ้มและให้คำตอบ ว่าพี่ก็รอดูสิครับ ยิ้มแล้วเดินจากไป พอลับตาคนเท่านั้นแหละมองหน้ากันเหงื่อไหลย้อย หน้าซีดเผือกแล้ว ตะโกนพร้อมกัน ไอ้ชิบหาย ซวยแล้ว เป็นไงหล่ะ ปากดี มุขหมด ซวยสิครับ หลังจากนั่งกินร้านอร่อยแน่นอน(ร้านอาหารที่ขายพวกอาหารอีสาน ขนาดอยู่ กท ยังต้องถ่อไปหากินอีกเนอะคนเรา) ก็นั่งเครียดไม่มีใครพูดกับใคร นั่ง คิดมุข เอ้าๆๆๆๆๆ ปั่นมุขๆๆๆๆๆ ซวยครับไม่ออก อ่ะอาจจะเป็นเพราะหิวร่างกายไม่มีแรง กินเสร็จปั่นต่อๆๆๆๆ ไม่ออกอีก จะเอายังไงดี มองหน้ากัน ป่ะพวกเรา ใกล้ๆร้านอาหาร ไปเว้ย พระรามเก้าคาเฟ่ ไปหาเก็บมุขตลกแถวนั้นกันเว้ย พระรามเก้าคาเฟ่ เป็นสิ่งที่พวกผมใฝ่ฝันกันมาตั้งแต่เริ่มทำงานเพลงว่า เทปออกเมื่อไหร่ มีเลี้ยงใหญ่ที่โน่นแน่นอน ก็ถามกันไปถามกันมาว่าใครจะไปมั่ง สุดท้ายไม่มีใครไป เหงื่อตกลงพื้นสปินหลังเข้าตาสิครับ ทำไงดี กลับสมอลรูม แทททู เรียกประชุมใหญ่ กันอีกครั้ง ในห้องประชุมนั่งเงียบ มี กระดาษหนึ่งแผ่นเตรียมพร้อมจดทุกเมื่อที่มุขวิ่งผ่านสมองมาทักทายกับเรา เที่ยงคืนก็แล้ว ยังไม่มา สงสัยคงจะหลงทางหรือรถแกอาจจะเสีย อ่ะๆต่อไปๆๆๆ ตีหนึ่งก็แล้ว ไม่มา เอ๊ะ ยังไง เสียงสวรรค์ ไอ้รัฐดังขึ้น อัปลักษณ์ ไง อัปลักษณ์ ทุกคนหันขวับ ไอ้ห่านี่เป็นไรมุขคิดไม่ออก แล้วมาพูดเพ้อเจ้ออีก วงเรามีอัปลักษณ์เป็นของตัวเอง ไง ว่าแล้วมันก็ตอบกลับ ด้วยความตื้นตันของเราก็รับไปซ่ะ ว่า เอกลักษณ์ วงเรามีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง หลังจากนั้น มา มุชไหลมาเป็นชุด ยิงไปทั้งหมด 5 มุขใหญ่ สามมุขย่อย เตรียมพร้อมลั่นไก ในวันถัดมา ผ่านไปแล้วสำหรับมุขที่ต้องใช้ในงาน มาถึงเสื้อผ้าที่ต้องใส่เดินในงาน โอ้วโห ลูกพี่ ได้สปนเซอร์ ARMANI EXCHANGE แพงเหี้ย หรูโหด แต่ สำคัญที่สุด ส่วนใหญ่ ไซส์ฝรั่ง ความชิบหายมาเยือนอีกรอบสิครับด้วย หุ่นของ แทททู สามคน คือ รัฐ ตง ดิม เป็นคนไทยขนานแท้ อะไรๆเล็กไปหมดยกเว้น...555  ขาสั้น ลงพุง ไหล่ใหญ่ เอาแล้วไงครับ หาเสื้อใส่ยากลำบากเหลือเกิน วงอื่นๆหล่อ ๆ เท่ ๆ สูง แป๊บเดียวเส็ด อย่าง่วาคนมันดูดีใส่อะไรก็เข้าไปหมดดดดด  ปรากฎแทททูของผม ล่อไปสาม ช.ม. รางวัลปิดท้าย ยอดเยี่ยม คุณ ตง มือกลองผม ล่อไปสาม ชม. ครึ่ง ได้กางเกงขาสามส่วนแต่ด้วยขาที่ยาวของคุณตงสามส่วน ล่อไปถึง ตาตุ่ม 555 ถึงกับพับขาขึ้นเพื่อให้เป็นสามส่วนจริงๆ คุณตงในชุดแต่งกาย เหมือนโจรสลัด ไพเรท คุณจัมพ์ในชุด พี่เรน สุดหรู หล่อ คุณรัฐ ในมาดเซอๆแต่ใส่สูท ทุกคนบูติค หล่อเหลารูกันหมด คุณ ดิมในชุด ดิมในชุด ดิมในชุด สปอร์ท ห่าเอ้ยยยยย กูอยากหล่อ กะเค้ามั้ง ให้แต่งตัวเหมือนครูพละ มีแจ็คเกตสปอร์ทตี้มากๆ ตัวนึงยังไม่พอ เคราะห์ซ้ำ ด้วยเสื้อข้างในเป็นเสื้อกล้ามรัดติ้ว เกย์จ๋าพี่มาแล้ว โอ๋ยๆๆๆ จะเป็นลม ทำไมถึงได้ชุดนี้น่ะเหรอ เพราะลองมาทั้งร้าน พีอาร์ไม่ให้ผ่านซักที คุณดิมเค้าเลยประชดหยิบชุดที่ว่านี้มาใส่ พีอาร์เหลียวหลังกลับมาเห้นอ้าปาก ตา ค้าง ชี้นิ้ว ถูกต้องน่ะครับใส่ กูนี่ ลม แทบ จับ อุตส่าจะประชด เซงไปเลย แบบ หยิบชุดที่ไม่เหมือนคนอื่น มาใส่ เพราะคนอื่น เค้าเสื้อนอกหรูหรา มีสไตล์ ดูรูปประกอบได้ครับ ถึงกับเซงกันไป ไอ้รัฐล้อใหญ่เลย ไปดู โบรคแบ็ค กันมั้ยไอ้... จบไปแล้ว สำหรับเรื่องเสื้อผ้า มาเรื่องซ้อมเดิน ลืมไป ลืมไป ลืมไป แทททูมันตลกนี่หว่า ต้องซ้อมมุขเดินแบบให้ตลก ด้วยก็กว่าจะคิดได้ ก็ก่อน เดิน 2-3 ชม เอง ก็ฮากันไปเล่น ง่ายหน่อย เพราะ มันต้องเดินเป็นคู่แล้ว ดิม เดินคู่รัฐไง  สบายๆๆๆ ไหว้ผิดทาง หัน โป๊ะ ตบหัว เข้ามือเค้าแหละครับ หัวกู ตบไปแล้ว สำหรับการซ้อมต่างๆ มาถึงวันงานจริง ก็ทุกอย่างเป็นไปตามแผนคนฮาตรึม เพลง เล่นดี คนดูเยอะ ออก สื่อเยอะ เจ้าของค่ายชม ก็ยิ้มกันแก้มปริไป บอกว่า ฟีดแบ๊คดีมาก ต่อไป คงได้ไปงานต่างๆบ่อยๆ เย้วๆๆๆ แต่ก็คงเหนื่ยมาอัพแล้วเด๋วลงรูปวันหลัง น่ะครับ ขอบคุณสำหรับเพื่อนๆ ที่ไปดู ขอบคุณสำหรับ ดอกไม้ เสียงเชียร์ เสียงปรบมือ เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม รถสิบล้อ รถสิบล้อไม่เกี่ยว 555  ดีใจที่ทำให้มันเกิดขึ้นกับทุกคนได้น่ะครับ หวังว่าคงได้พบกันในงานต่อๆไป บ้ายบายครับ    อัพรูป ตอน 4.00 am โหวว ง่วงๆๆ เพิ่งถึงบ้าน 
     
    -สุดท้ายนี้ ขอบคุณ รูปสวยๆจากผึ้งน่ะ ขอบคุณที่มางาน เพิ่งอัพรูปจาก ผึ้งนี่แหละ ขอบคุนๆ ไม่มีปัญญาถ่ายเอง ครับ ก็อบเค้ามา
     
    August 06

    นักดนตรี ขี้...

    ผ่านพ้นไปอีกหนึ่งคอนสิร์ตเล็กๆของผมได้ร้องแค่สี่เพลง กับสถานที่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เดินเข้าไปนึกว่าอยู่สยาม แต่จริงๆแล้ว เราอยู่ ณ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก เด็กน้อยหน้าตาสดใสดทั้งชายหยิง ไอ้เราก็คึก.....  คึกคักตามไปด้วยแหมม รร เค้าดีจริง เป็น รร ชายล้วน แต่พอวันเกิด รร ทั้งทีก็มีผู้หญิงเข้ามาได้ งี้หน่อย นักดนตรีถึงมีกำลังใจเล่น 555 ล้อเล่นหน่ะ แต่ก็มีส่วนอยู่บ้างนิดนึงน่ะ ประมาณว่างานนี้เด็กใครเด็ดก็เอามาโชว์กันใน รร ภายในงานมีเด็กเล่นดนตรีเยอะแยะฝีมือไม่ธรรมดากันทั้งนั้นมีหลายแนวตั้งแต่ แจ๊ซ ฟังค์ ป๊อบ ร๊อค เจ๋งๆทั้งนั้น เห็นเด็กรุ่นใหม่เล่นกันแบบนี้แล้วก็อิจฉา เมื่อไหร่เราจะเก่งแบบนี้มั้ง เหอะๆ ก็ขึ้นแสดงคอนเสิร์ตมีการปล่อยมุขมากมาย เพราะคอนเซปวงคือกูต้องตลก ตลกๆๆๆๆ ตลกไปไหน ตลกไปนครศรีธรรมราชรึเปล่า ? อาจเป็นได้ ซาวด์บนเวทีออกมาค่อนข้างจะงงๆ แต่ พอถาม ฟีดแบ็คคนดูก็บอกว่าดี งานนี้coverเพลงพี่ๆ พีโอพี ในผลงานที่ชื่อ แค่ได้พบเธอ (cover คือ การนำเพลงเก่ามาทำใหม่ในสไตล์ที่ต่างกันไป) และเพลงพี่นาเดีย เพลง โลกใบใหญ่ สนุกมากมายเต้นซ่ะเหงื่อไหลออกจากรูหู พอเล่นเสร็จก็เกิดปัญหาขึ้นว่า หอธรรมของ โรงเรียนนี้ เป็นที่ศักดิ์สิทธ์ และเป็นที่เคารพและต้องให้เกียรติ ห้ามนำเพลงหนักมาเล่นในหอนี้ เพราะก่อนเล่นวันนึง วง ขอนแก่น ไปเชคซาวด์ ก่อนเล่นก็โดนตัดเพลงเร็วไปตั้ง 5-6 เพลง ก็เซงตกตามกันไป แต่ตอนเชคซาวด์แทททู เล่นเนี่ยไม่รู้ กบว. จอมแบนไปเข้าห้องน้ำรึเปล่า เลยไม่ได้ดูเลยไม่ถูกแบน พอถึงวันจิงๆ แทททูเล่นแค่ได้พบเธอ ซึ่งมันไม่ใช่เพลงหนักอะไรมากมาย แตสำหรับผู้บริหารเป็นสิ่งที่รับไม่ได้อย่างยิ่ง ส่ง คอมเมนต์มาถึงผู้จัดการที่ดูแลนักดนตรีทันที ว่าเล่นลงไปได้ยังงี้ นี่มันร๊อค หนักๆ ชัดๆ ความซวยเริ่มครอบงำแล้วสิ วงต่อไปหล่ะจะทำตัวอย่างไรต่อไปกันดีเพราะแค่นี้ก็ถือเป็นเพลงหนักแล้ว ผลของความซวยก็ตกไปอยู่กับวงต่อๆไปที่ต้องลงมือตัดเพลงเร็วและหนักอย่างเร่งด่วน ขอโทษทีน่ะค้าบ วงอื่นๆ ใครจะรู้ว่ามันหนักหล่ะครับ ลงมาด้วยความสนุก พี่ฝ่ายดูแลศิลปินก็ถามว่าแกรู้มั้ยแกทำอะไรลงไป เราก็พอรู้เรื่องก็ในใจก็คิดว่าเห้อรอดไปได้เล่นแล้ว ใจนึงก็สงสารเพื่อนๆวงอื่น เหนื่อยจริงๆ แต่ก็สนุกดี คนที่ไปดูก็เอนจอยกับเรา มันคือสิ่งที่ผมฝันว่าอยากทำได้ในทุกๆคอนเสิร์ตที่ผมเล่น และเมื่อจบโชว์ได้เสียงตบมือมันเหมือนกับว่าเป็นค่ารถที่เราพาเค้าไปเที่ยวในอารมณ์เพลงนั้นๆ มันมีค่ามากจริงๆ จะเหนื่อยยังไง ก็หายครับแค่เสียงปรบมือสองสามคนก็พอแล้ว หลังจากเลิกงานขนของเก็บเสร็จแล้ว แน่นอนที่สุดวงดนตรีแนวป๊อบใสๆอย่าง tattoo colour มุ่งตรงไปหาเพื่อนซี้สุดๆคนนึงของวงทันทีที่ข้าวสารนั่นก็คือเหล้า ไปร้านประจำของเรา Brick Bar วันนี้มีแขกรับเชิญพิเศษที่ไปกับเราด้วย คือ บิว Lemon soup ไปถึง ก็สั่งเหล้า ดื่มไปเต้นไปกับสกาและเรกเก้ แบบเดิมๆทุกครั้งเวลามาที่นี้ร้านนี้ตกแต่งบรรยกาศในร้านสวยมาก ราคาก็แพงกลางๆ ไม่เท่าโซน รูท พวกนั้น วันนี้แปลกแฮะดิมชวนกลับก่อน ก่อนผับปิดซ่ะอีก กลับมาถึงพุ่งลงที่นอนกันหมดเลย ทุกคนคงเหนื่อยมากมายแต่ไม่รู้ตัวจริงๆ แต่ด้วยจิตใต้สำนึกอยากทานเหล้าของพวกเค้าเหล่านั้นทำให้เค้าทุกคนมีวันนี้ มันเกี่ยวไรกันน้อ   เด็กๆที่มาอ่านไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างน่ะครับ แต่ถ้าจะเอาเยี่ยงอย่างก็อย่าชวนพี่ไปทานด้วยคนน่ะค้าบ 555
    August 01

    วนเวียน

    ผมเพิ่งไปร้อยเอ็ดกลับมา เป็นเมืองที่คนน้อยและเงียบสงบมาก ไปช่วยอาจารย์วิจัยตลาดเกี่ยวกับข้าวหอมมะลิอินทรีย์ เอ้าใครรู้บอกหน่อยว่าข้าวหอมมะลิอินทรีย์คืออะไร ? เนี่ยต้องถามคำถามนี้ทั้งวัน น่าเบื่อมากมายแต่ทำไงได้มีเบี้ยเลี้ยง ที่พัก และได้ไป ตจว ฟรี ก็ คุ้มแล้วแหละ ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆเกี่ยวกับสิ่งที่เราไม่เคยได้สัมผัสมันมาก่อน ตกเย็นด้วยความรุนแรงและจุดประสงค์หลักของไอ้ดิมและไอ้ไก่ มองตากันรู้ใจ คนจัญไรรู้กัน ตกลงปลงใจตามหาที่เที่ยวกลางคืนในร้อยเอ็ด สอบถามหาข้อมูลและความเป็นไปได้ในการเดินทาง เรียบร้อยแล้วดิมและไก่จึงเดินทางไปถึงที่หมายในที่สุดด้วยตุ๊กตุ๊กคู่ใจเป็นไงผมใจรักมั้ย ? เป็นร้านสไตล์เทคกว้างขวางใหญ่โต ในเวลา 22.15 ย่างก้าวเข้าไปในร้านอย่างสะพรึงกลัว และแล้วภาพที่เห็นก็ทำให้ตกใจแทบช๊อค จากคำบอกเล่าว่าที่เที่ยวนี้ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่วัยรุ่นร้อยเอ็ด แล้วสิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อดิมและไก่เดินเข้าไปเป็น โต๊ะที่สองของร้าน ทั้งร้านมีแค่โต๊ะเดียวที่มาเที่ยว จะร้างไปไหน มาผิดที่หรือไม่ เข้าพรรษาคนจังหวัดนี้งดเหล้ากันเหรอ ตอนแรกว่าจะชวนเตะฟุตบอลหรือ ตี แบด กันในร้านไปเลยอาจจะสนุกกว่ามานั่งกินแล้วมองหน้ากันสองโต๊ะ มันจะร้างไปไหน ไอ้เราก็งง เฮ้ย นี่ อุตส่าว่ามาสายแล้วน่ะ 22.15 เนี่ย เห็นดังนั้นแล้วดิมไม่รอช้าเรียกเด็กเสิร์ฟมาสัมภาษณ์ด่วน จากคำบอกกล่าวคนที่นี้เที่ยว 5 ทุ่ม ผับปิดตี 1 คนเต็มทุกวัน ไอ้เราก็โล่งใจ ว่าไม่เป็นไรเว้ยพฤติกรรมผู้บริโภคต่างกัน ก็เอ้าสั่งเครื่องดื่ม ชงเลยน้อง โครมมมมมมมมมม ฝนห่าใหญ่จากนรกมาจากไหนไม่รู้ ตกเหมือนไม่เคยตกมาก่อน ตกเหมือนกับว่า นี่เป็นไงหล่ะ กูเป็นฝนน่ะเว้ย กูจจะเอาให้แม่งเปียกจนถึงตับเลย ประมานนั้น ดิมและไก่มองหน้ากัน ทุกอย่างจบแล้วจริงๆ แข่งอะไรก็แข่งได้แข่งโชควาสนาแข่งไมได้จริงๆ เพราะว่า คนที่มาเที่ยวส่วนใหญ่เป็นคนขับมอเตอร์ไซค์ และไม่เท่าไหร่ดิมและไก่มันต้องกลับโรงแรม ตกแบบนี้ไม่เอาพายุหอบหินก้อนใหญ่ๆมาปิดประตูไม่ให้กูออกเลยหล่ะ ไม่มีใครมาเที่ยวเพิ่มกันพอดี เซงกันไป เอาว่ะ กูดูดนตรีก็ได้ เหลียวมองขึ้นไป โอ้วเยดดดดดดด นักร้องหญิงร้องเพลง รักคือ ของ กิ๊ฟ โมโนโทน ด้วยอาภรณณ์ห่มกาย มีแค่ กางเกงในตัวเดียว และยกทรงโชว์วาบหวามเหลือเกิน คิดในใจวว่าเออ แบบนี้หน่อย ค่อยคุ่มค่าเครื่องดื่ม ดูไปดูมาเพลินใจ มองไปเจอมือกีตาร์เป็นพี่รู้จักกันอีก อืมมเอาว่ะ ดีๆๆๆ พี่แกเล่นเสร็จก็ลงมาบอกว่า เด๋วร้านปิดไปกินบ้านแกกันก็เอ้า ก็คนมันใจง่าย ก็เลยเชื่อคนง่าย เค้าพาไปไหนก็ไป ก็สนุกสนานเฮฮากันไป หันไปอีกที ทุกคนมีสองหัว ทุกคนพูดช้ามาก ทุกคนพูดไม่เข้าใจ ทำไมเสียงเบสดังเหลือเกิน ทำไมเราอารมร์เศร้าอีกแล้ว ทำไมต้องคิดถึงเรื่องเก่าๆ ไอ้ชิบหายยยย  อ๋อออ นี่กูเมานี่เอง ก็เลยกลับที่พักอย่างปลอดภัยโดยมือกีตาร์ที่รู้จักไปส่งที่โรงแรม อ้วกกันไปสองสามยก ตอนตีสี่ครึ่ง และต้องตื่นตอน7.30 เพื่อทำภารกิจต่อไป แน่นอนสิครับ แฮงค์รับประทาน สมชื่อ เจ้าหนูจอมแฮงค์ เดิน เป๋ไปเป๋มา กลิ่นนี่หึ่ง กะไอ้ไก่สองคน ไม่ได้ นอนมาสองวันแล้ว ไปสอบถามชาวบ้านก็หลับบ้างตื่นบ้าง ก็บ่นโอดโอยว่าเข็ดแล้ว แบทหมดแล้ว หมดแรงหลับตลอดทางปวดหัว วิ้งๆๆๆ กลับถึงขอนแก่น ตื่นตัวอีกแล้ว คุณดิมโทรตามทุกคนบอกว่า กษัตริย์ คืนบัลลังก์แล้ว เพื่อนก็เฮฮฮฮฮ ไปกินกัน ก็ไปกัน รอบนี้มีอีแตงโม ไปด้วย เพิ่งเลิกกะ แฟนร้องไห้อยู่นั่นแหละ ยังกะเค้าจะได้ยินกะมึง เมื่อคนจะไปก็ต้องไป ถูกมั้ย จะรั้งเท่าไหร่แต่ฉันคงทำได้แค่นี้ เอ้าทุกคนร้องต่อสิ สุดท้ายก็เมาชิบหายอีกแล้ว คุณหรินทร์ คนเมาอกหักสองคนมาเมาพร้อมกัน ไปส่งแตงโมที่บ้านมันตบหน้าผมแล้วถามว่าทำไมเค้าไม่รักกู แล้วก็ตบอีกๆๆๆๆๆ ผมก็เมา เอ้าตบเลยๆๆๆ อยากระบายมากใช่มั้ย สุดท้ายกลับบ้านมาเริ่มสร่างกูทำไมให้มันตบว่ะ กูไม่ได้ทิ้งมันไปนี่หว่า ทุกอย่างเริ่มกระจ่าง ด้วยตัวของมันเองอ๋อก็กูเมานี่หว่า เจ้าหนูจอมแฮงค์เอ้ย ตื่นมาวันนี้ไม่แฮงค์น่ะค้าบ ไปเรียนหล่ะ บ้ายบาย
    July 29

    ความแตกต่างระหว่างรอยยิ้มเดียวกัน

    ความแตกต่างระหว่างรอยยิ้มเดียวกัน
     
    ผมตื่นขึ้นมากับโลกใบเก่า หลังจากผ่านการกรำศึกกหนักจากเมื่อคืน ถือเป็นช่วงเวลาหนึ่งแล้วที่เธอเดินออกไปจากชีวิตผม เวลาที่ผ่านไปทุกวันมันเหมือนกับว่าใครบางคนกำลังกดรีโมทในหนังให้มันเป็นไปอย่างเชื่องช้าและยาวนานเหลือเกิน ในขณะเดียวกันสิ่งเดิมๆก็เกิดการทำซ้ำทุกวันเรื่อยไป เมื่อผมตื่นและลืมตามองเพดานที่เหมือนเป็นฉากหนัง ฉากหนังที่กำลังถ่ายทอดเรื่องราวของเราสองคนกับเหตุการณ์เก่าๆ หนังเรื่องนี้เล่าตั้งแต่ที่มาของคู่รักคู่หนึ่ง ตั้งแต่แรกรักเพิ่งคบหาดูใจกันใหม่ เมื่อความรักเริ่มจะโตเป็นตัวพอที่จะพูดได้ว่าเค้าสองคนรักกันแล้ว จนมาถึงฉากสุดท้ายของหนังที่เมื่อความเข้าใจทั้งสองฝ่ายไม่ตรงกันจึงต้องจากกันไปเพื่อจะมีวิถีใหม่ หรือเพื่อจะไปแสดงในเรื่องต่อๆไปของชีวิตที่ยังไม่มาไม่ถึง หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่เศร้าเรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้ และผมยังต้องดูมันทุกครั้งหลังจากที่ตื่นจากความฝันที่มีเค้าโครงของหนังเรื่องนี้ปนอยู่บ้างไม่มากก็น้อยอยู่ร่ำไป เมื่อถึงเวลาหนังเรื่องนี้จบ ผมจะต้องลุกจากผ้าห่มผืนเดิม เพื่อออกจากโรงหนังและเดินคู่กันไปกับโลกแห่งความจริงอีกครั้งอย่างที่เคยทำมาแล้ว 21 ปี แต่ทุกวันนี้เรื่องราวมันต่างออกไปตรงที่ว่าโลกใบนี้มันมีกรอบมีกรง มีเงื่อนไขขึ้นมาให้ผมรู้สึกหวั่นๆในการเดินทางเสียแล้ว เพราะทุกครั้งที่ไปที่ไหนมาไหน ที่ๆเราเคยใช้ชีวิตด้วยกันมีความสุขด้วยกัน หรือกินข้าวด้วยกัน หรืออะไรต่อมิอะไรก็ตามที มันทำให้สมาธิผมไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยนัก ผมมักจะคิดถึงวันเวลาเหล่านั้นแม้ว่ามันจะไม่มีทางเกิดขึ้นอีกก็ตามที ผมไม่รู้เลยว่าวันไหนที่ผมและเธอจะเดินสวนกันอีกครั้ง ไม่รู้เลยจริงๆว่าวันไหนผมจะเห็นคนใหม่ของเธอเดินไปไหนมาไหนกับเธอและทำอะไรหลายๆอย่างที่ผมกับเธอทำด้วยกัน ไม่รู้เลยว่าการที่ต้องใช้ชีวิตไปวันๆโดยไม่มีเธอนั้นมันเป็นอย่างไร ผมยังไม่ได้เตรียมพร้อมกับอะไรพวกนี้เลยซักอย่าง แต่สุดท้ายมันก็เกิดขึ้นแล้วจริงๆ ผมรู้สึกเหมือนกับโลกนี้ มีพื้นที่แค่ 3-4 ไร่เท่านั้น เพราะผมยังคอยมองหาเธออยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะไปที่ไหน และยังอยู่กับความหวังที่จะได้เจอกับเธอจริงๆอีกครั้ง แม้ว่าครั้งล่าสุดที่เราเจอกัน รอยยิ้มของเธอที่เคยให้ผมเพราะความรู้สึกกลับกลายเป็นรอยยิ้มเพราะที่ต้องให้เพื่อเป็นมารยาทของการทักทาย แต่รอยยิ้มที่ผมคืนให้เธอนั้น มันยังเป็นเหมือนเดิมถ้าเธอพอจะมีเวลาสังเกตมันบ้าง จะต่างออกไปก็ตรงที่ผมต้องยิ้มให้เธอและยอมรับว่าเธอไปแล้วจริงๆ แม้รู้อย่างนั้นแล้วผมก็ยังเป็นห่วงเธอกับเส้นทางชีวิตใหม่ๆกับคนใหม่ๆที่เธอเลือกเดิน ในเรื่องต่างๆที่เธอจะทำ ผมจะทำอย่างไรดีให้เธอรู้เรื่องพวกนี้เธอไม่ให้ผมโทรหาไม่ให้ผมส่งsmsหา พูดง่ายคือเธอให้ผมหายไปจากชีวิตเธอผมเลือกอะไรไม่ได้หรอกผมจึงเลือกสิ่งที่น่าจะเป็นวิธีเดียวที่จะสื่อสารกับเธอได้นั่นคือรอยยิ้ม รอยยิ้มของผมทำอะไรให้เธอรู้ไม่ได้มากนักหรอกหรอก มันแค่ช่วยในความรู้สึกของผมเท่านั้น มันทำให้ผมสบายใจทุกครั้งที่ส่งมันไป มันทำให้ผมรู้สึกว่าได้อวยพรให้เธอมีความสุข ยิ้มของผมมีหน้าที่ส่งสารให้กับผู้รับว่า ผมเป็นห่วงและยังรู้สึกเหมือนเดิม มันอาจอยากจะบอกเธอว่าช่วงนี้สอบตั้งใจอ่านหนังสือน่ะ กินเยอะๆน่ะจะได้มีแรงอ่านหนังสือ ขับรถดีๆน่ะไม่ต้องรีบ ข้ามถนนมองซ้ายมองขวาดีๆ เป็นหวัดไม่สบายอะไรก็อย่าลืมกินยา ช่วงนี้หน้าฝนพยายามอย่าตากฝนน่ะ ท้ายที่สุดแล้วมันก็ยังเป็นแค่รอยยิ้มครั้งหนึ่งที่เธอเห็นมันไม่ถึง 1-2 วินาที แต่นี่คือ หน้าที่ของมัน แม้ว่าเมื่อก่อนนี้หน้าที่ของมันจะต่างกันไปโดยสิ้นเชิง เพราะมันมีภาระที่เบากว่าเยอะในการส่งสารว่า วันนี้ดีใจจังเลยที่ได้เจอ จะไปไหนกันดีและแค่ให้เธอรู้ว่ามีความสุขมากที่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ทุกวันนี้ยิ้มของผมมันก็แค่ทำให้ผมทำตามคำปลอบใจของเพื่อนๆ คือ  ให้ผมยิ้มและยอมรับมัน
    July 28

    แรงจูงใจ กับครั้งแรกในโลกไซเบอร์

    หรินทร์ & ไดอารี่เล่มแรกบนโลกไซเบอร์
    เคยมีคำถามหนึ่งข้อที่ถามตัวเองมานานเมื่อได้มีโอกาสพบเห็นไดอารี่หรือมายสเปซของคนหลายๆคน ก็มีบ้างที่ลองเข้าไปอ่านความสงสัยก็มาถามเราว่า ทำไมเค้าจะต้องการให้คนอื่นรู้ด้วยว่าเค้าไปทำอะไรมา แอบรักใคร เพ้อถึงใคร เกลียดใคร ทั้งๆที่มันคือเรื่องส่วนตัวและไดอารี่ควรจะเป็นสิ่งที่มีความลับ เพื่อไว้ระบายในสิ่งที่คนอื่นไม่ควรรู้ สำรวจจากหลายคนมากก็ได้ความมาว่า การได้ระบายใส่ทั้งไดอารี่ และผู้ที่ได้อ่านรับรู้เรื่องราวเหล่านั้น อาจมีคำแนะนำกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะดีหรือร้ายก็ตาม แล้วสิ่งที่เราถามเค้าคือแล้วมันเวิร์คป่าวว่ะ ทุกคนแหละที่ทำงานอดิเรกประเภทนี่ก้ต้องตอบว่าเวิร์ค (อาจเพราะก็กูทำไปแล้วตั้งหน้าตั้งตาแต่งให้สวยก็ตั้งนานมันจะไม่เวิร์คได้ยังไง) นี่ก็เป็นหนึ่งแรงจูงใจที่อยากจะเขียนๆหรือบ่นๆผ่านทางจอให้คนที่อ่านได้ช่วยให้คำปรึกษาบ้างในเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นกับชีวิตเราเพราะว่าตอนนี้เรื่องราวที่เข้ามามันเยอะแยะวุ่นวาย และส่วนใหญ่มันจะเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่หาคำตอบไม่ได้ ส่วนแรงจูงใจที่สองก็มาจากเพื่อนชื่อปลั๊ก คือได้เข้าไปดูในสเปซของเค้ามา ปลั๊กมีวิธีทำให้ชีวิตปลั๊กที่เรียบง่ายมีความน่าสนใจ พูดจริงๆก็คือถ้าอ่านชีวิตปลั๊กแล้วก็อ่านต่อไปได้โดยไม่รู้สึกเบื่อทั้งๆที่เป็นการดำเนินชีวิตแบบผู้ชาย(แรงๆ) เหมือนกัน ก็เลยอยากลองทำให้ได้เหมือนปลั๊กดูบ้าง เผื่อชีวิตที่เรามีที่มันเรียบๆหรือแรงๆก็แล้วแต่จะทำให้มันออกมาดูน่าสนใจได้มากแค่ไหนในสายตาคนอื่นที่ไม่มีการแต่งสเปซสวยงามเข้ามาเกี่ยวข้อง จะทำได้มั้ยที่คนอ่านบางคนให้ความสำคัญแค่เนื้อหาในชีวิตของเรามากกว่าสีสันที่เค้าเห็นผ่านสเปซของเรา เป็นสิ่งที่ต้องคอยดูกันต่อไปถือเป็นความท้าทายเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง เหมือนกับเรากำลังจะทำให้ผู้ชมสนใจการนำเสนอบทเพลงด้วยวิธีการต่างๆโดยตัดตัวแปรแทรกที่มีเรื่องหน้าตาเข้ามาเกี่ยวข้อง กล่าวอย่างง่ายคือทำยังไงให้คนฟังเพลงมีความสุขและได้รับรสชาติที่เราปรุงให้เค้าทานได้อย่างเต็มที่ และนี่ก็ยังเป็นความท้าทายของชีวิตที่ยังทำไม่ได้และจะพยายามต่อไป ที่ไหนมีควันที่นั่นมีไฟ ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย 555